นิสสัน ลีฟ ใหม่ กำลังวางตลาดใน 7 ประเทศในเอเชียและโอเชียเนีย สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ เพื่อความยั่งยืนที่มากขึ้นในอนาคต
และ ”การใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้ส” ของเอเซีย
การก้าวไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตขึ้นอย่างหลากหลาย
นอกจากงานของนิสสันในด้านนี้แล้ว ในปีที่ผ่านมายังเป็นบทพิสูจน์อีกปีหนึ่ง ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความท้าทายในอนาคตของเอเชียได้แสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนด้านพลังงานที่ยั่งยืน ทุกรัฐบาลทั่วเอเชียให้การสนับสนุนโดยออกนโยบายสาธารณะสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า เช่นนโยบายส่งเสริมการผลิตรถโดยสารประจำทางที่ใช้พลังงานไฟฟ้าในพม่าและการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเต็มรูปแบบสำหรับผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในเกาหลี
นอกจากนี้ ชุมชน และภาคเอกชนอื่นๆ ในภูมิภาค ยังแสดงบทบาทความเป็นผู้นำในการอนุรักษ์พลังงานเพิ่มเติม ตัวอย่างเช่น ในประเทศไทยโครงการ “แค่ใจก็เพียงพอ หรือ Honor the King’s Legacy” ซึ่งเป็นการสร้างชุมชนให้มีทักษะ ในการรีไซเคิลขยะให้เป็นศิลปะเพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืนขึ้น หรือ บริษัทจัดส่งพัสดุ เช่น ดีเอชแอล อีคอมเมิร์ซ (DHL eCommerce)เริ่มทดสอบรถยนต์ไฟฟ้าในมาเลเซียและเวียดนามเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในงานด้านโลจิสติกส์ให้เป็นศูนย์ภายในปี 2593 หรือ ค.ศ. 2050
ในขณะที่กระแสการเปลี่ยนแปลงจากภาคประชาชน และเอกชนเห็นได้อย่างชัด เช่น นโยบายส่งเริมการลงทุนโดยภาครัฐ ภาคเอกชนเริ่มลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรมการผลิตสมัยใหม่ เช่น นิสสันที่ให้ความสำคัญในการลงทุนสำหรับรถยนต์พลังานไฟฟ้าซึ่งจะช่วยผลักดันในอุตสหกรรมยานยนต์ไปสู่ยุครถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างยั่งยืน
2562 ปีแห่งความคิดที่ยั่งยืน
ในปีใหม่นี้ถือเป็นโอกาสอันดีในการปรับเปลี่ยนความคิดในการดำเนินชีวิตเพื่อความยั่งยืน และอนาคตที่ดีกว่าเดิม นักวิจัยหลายคนให้ความเห็นว่าพฤติกรรมจะสามารถเปลี่ยนแปลงได้เมื่อมีการปฎิบัติอย่างต่อเนื่องโดยไม่พะวงอยู่แต่กับความคิด เช่น ฝึกฝนตนเองให้มองซ้ายมองขวาก่อนข้ามถนน หรือคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งเมื่อขึ้นรถจนเป็นนิสัย
เพียงเปลี่ยนแนวคิดใหม่ในปีนี้ ก็เป็นการก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืนแล้ว และข่าวดีกว่านี้ก็คือ สังคมก็ได้มอบทางเลือกใหม่เพื่อให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการลดใช้พลังงาน และเพิ่มการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การส่งเสริมให้คนให้มาใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า การใช้แอปพลิเคชั่นเรียกรถสาธารณะ การได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากรถยนต์พลังงานไฟฟ้าต่างๆ สิ่งเหล่านี้ร่วมเป็นส่วนช่วยให้เราก้าวเข้าสู่วิถีชีวิตที่ยั่งยืน
ยังมีงานวิจัยที่ค้นพบว่า คนเราใช้เวลาเพียง 21 – 66 วัน ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งหากเราต้องการเปลี่ยนแปลงตนเองเพื่อในสังคมที่เราอยู่ปราศจากมลพิษ เราจะใช้เวลาเพียงไม่ถึง 2 เดือนเท่านั้น เช่น ฝึกให้ตัวเองปิดไฟทุกครั้งเมื่อออกจากห้อง เป็นต้น
ในเอเชีย จำเป็นมากที่เราจะต้องนำแนวคิดเรื่องความยั่งยืนมาใช้ ผมอยากขอให้เราทุกคนลองพิจารณาว่า เราต้องการสังคมแบบไหนสำหรับอนาคตของพวกเราและสำหรับคนรุ่นหลัง ที่ที่เราสามารถเพลิดเพลินกับอากาศบริสุทธิ์ และวิถีชีวิตที่สงบและมีความผ่อนคลายในเขตเมือง ณ ตอนนี้เป็นเวลาในการปรับทางเลือกในกิจกรรมแต่ละวันของเรา รวมถึงความมุ่งมั่นที่จะสร้างกรอบความคิดใหม่ๆ ที่ที่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าจะเป็นทางที่ได้รับการยอมรับและได้รับการชื่นชอบสำหรับการเดินทางต่างๆ