สิ่งที่สะท้อนความสำเร็จของเป๊ปซี่ในช่วง 2 – 3 ปีหลังมานี้ก็คือ ตัวเลขการเติบโตของยอดขายที่มีมากกว่าการเติบโตของตลาดน้ำอัดลมโดยรวม โดยเฉพาะตัวเลขส่วนแบ่งตลาดของเป๊ปซี่ที่ขยับขึ้นมาไล่บี้กับโค้กได้อย่างสนุกเร้าใจ
สมชัย เกตุชัยโกศล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท เป๊ปซี่โค เซอร์วิสเซส เอเชีย จำกัด บอกว่า ส่วนแบ่งในตลาดน้ำดำเป๊ปซี่มีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตลาดน้ำดำที่มีสัดส่วน 70% ของตลาดน้ำอัดลมโดยรวมมูลค่า 50,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นเม็ดเงิน 35,000 ล้านบาท เป๊ปซี่มีการเติบโตมากกว่าตลาดอย่างต่อเนื่องมาหลายปี
การเติบโตที่ว่านี้ เป็นการดึงแชร์มาจากคู่แข่งขัน ทำให้ล่าสุดส่วนแบ่งตลาดน้ำดำในแพ็กเกจจิ้งแบบไม่คืนขวดที่มีสัดส่วนการขายถึง 81.5% ของตลาด เป๊ปซี่ขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดในเซ็กเม้นต์แบบไม่คืนขวด ด้วยส่วนแบ่งตลาดในมือถึง 45% เป็นตัวเลขส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่มีตัวเลขอยู่ที่ 35%
อย่างไรก็ตาม ในแง่ของส่วนแบ่งตลาดที่เป็นคอร์ปอเรทแชร์ เป๊ปซี่ ยังคงเป็นอันดับ 3 โดยเป็นรองทั้งโค้ก และเอส เป้าหมายสำคัญของเป๊ปซี่จึงอยู่ที่การทวงคืนเบอร์ 2 ในตลาดรวมของตัวเองคืนมา ทำให้เราได้เห็นการรุกตลาดแบบเข้มข้นทั้งในส่วนของน้ำดำ และน้ำสี
การรุกตลาดอย่างเข้มข้นนี้ จะมีการส่งแคมเปญใหญ่ออกมาอย่างต่อเนื่องปีละไม่ต่ำกว่า 2 – 3 แคมเปญ โดยส่วนหนึ่งจะมีการเล่นกับกระแสสุขภาพด้วยการให้น้ำหนักในการทำตลาดน้ำอัดลมที่ไม่มีน้ำตาลอย่างเป๊ปซี่ แมกซ์ รวมถึงการให้ความสำคัญกับน้ำอัดลมที่มีน้ำตาลน้อย หรือโลว์ ซูการ์ ด้วยการปรับพอร์ตน้ำสีของมิรินด้าให้เป็นโลว์ ซูการ์ ทั้งหมด ถือเป็นการขยับตัวครั้งใหญ่ของเป๊ปซี่ ที่รับกับเทรนด์ของผู้บริโภคที่เริ่มให้ความสำคัญกับเรื่องของสุขภาพมากขึ้น
“สินค้าในพอร์ตสุขภาพคือน้ำอัดลมที่มีน้ำตาลน้อย และน้ำอัดลมที่ไม่มีน้ำตาลของเรามีสัดส่วนประมาณ 10% ของพอร์ตทั้งหมด ตามนโยบายของเป๊ปซี่ทั่วโลก ต้องการที่จะให้สินค้าในกลุ่มนี้มีการเติบโตแบบดับเบิ้ล ซึ่งในประเทศไทย เรามีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนของสินค้ากลุ่มนี้อีก 5 – 10%”