“ธุรกิจนี้จำเป็นต้องทำการสื่อสารควบคู่กันทั้งออฟไลน์และออนไลน์ จะมุ่งเน้นไปดิจิทัล 100% อย่างเดียวไม่ได้เพราะท้ายที่สุดพฤติกรรมการซื้อสุขภัณฑ์ของผู้บริโภคจะตัดสินใจซื้อก็ต่อเมื่อเกิดการทดลองใช้ ได้เห็น และได้สัมผัสว่ากดน้ำแล้วสะอาดหมดจด ประหยัดน้ำ และทนทาน ดังนั้นเราจะต้องแน่ใจได้ว่าแบรนด์ของเราเข้าถึงลูกค้าได้ทุกๆ ทัชพ้อยท์เพราะสุดท้ายเราต้องเอาตัวเราเข้าไปใกล้กับตัวเขามากที่สุด แต่ก่อนถ้าหากจะรู้จักแบรนด์ต้องมาที่ร้านค้า วันนี้เราออกไปอยู่ใกล้เขามากขึ้นในนิวมีเดีย ทั้งเฟสบุ๊ค และบล็อกต่างๆ รวมถึงกิจกรรมตรวจห้องน้ำถึงที่บ้าน มันเป็นกิจกรรมที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าเรามีส่วนร่วมในชีวิตประจำวันของเขา”
คุณสิทธิรัฐ กล่าวว่า สิ่งสำคัญของการทำธุรกิจนี้ คือการทำความเข้าใจกับเทรนด์ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยบริษัทมองว่าโอกาสทางธุรกิจในปีนี้จะอยู่ในตลาดบ้านรีโนเวท ซึ่งจะเข้ามาทดแทนบ้านใหม่ที่อยู่ในภาวะชะลอตัว เพราะฉะนั้นสินค้าจะต้องตอบรับกับตลาดนี้ อีกเทรนด์หนึ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นก็คือ สังคมผู้สูงวัย ทำให้ลูกค้าเกิดดีมานด์สุขภัณฑ์ในห้องน้ำที่มีนวัตกรรม เช่น สุขภัณฑ์อัจฉริยะที่สามารถคอนโทรลเรื่องระดับน้ำและอุปกรณ์ภายในห้องน้ำที่เพิ่มความสะดวกมากขึ้นและลดการสัมผัสสุขภัณฑ์เป็นต้น นอกจากนี้เทรนด์การใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์ไม่ใช่ไลฟ์สเตจ การตระหนักถึงสุขภาพอนามัยเหล่านี้ก็จะเป็นตัวกำหนดอุตสาหกรรมทำให้บริษัทมีแผนที่จะทยอยเปิดตัว Innovation Product อย่างต่อเนื่อง
“เป้าหมายการทำงานของเรา คือ การทำงานกับผู้บริโภคด้วยการทำความเข้าใจพฤติกรรม และเทรนด์ที่กำลังจะเกิดขึ้น ถ้าเราเข้าใจตรงนั้นได้ ก็สามารถที่จะเป็นผู้นำเทรนด์แน่นอน ส่วนวิธีการสร้างแบรนด์ให้แตกต่างจากคู่แข่ง ผมคิดว่าจำเป็นต้องสื่อสาร Element ที่เป็น DNA ของแบรนด์ให้กับผู้บริโภคได้รู้อยู่เสมอ สำหรับดีเอ็นเอของอเมริกันสแตนดาร์ดคือเรื่องของ Raising The Standard ซึ่งเราจะต้องพิสูจน์ให้ลูกค้าเห็นว่า โปรดักต์เราทำให้คุณภาพชีวิตของลูกค้าดีขึ้นอย่างไร ทั้งด้านความสะดวกสบายใช้งานง่ายฉลาดขึ้น สะอาดมากขึ้น ใช้เวลาน้อยลงประหยัดทั้งน้ำและเวลา สิ่งเหล่านี้จะทำให้ผู้บริโภคค่อยๆ เข้าใจแบรนด์มากขึ้น และเกิด Believe ในแบรนด์อย่างแท้จริง”