ต้องยอมรับว่าภาพรวมเศรษฐกิจปีที่ผ่านมานั้นอยู่ในช่วงชะลอตัว จากภาระหนี้ครัวเรือนค่อนข้างสูง ประกอบกับปัจจัยเสี่ยงจากต่างประเทศที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลต่อราคาน้ำมันของโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัย แต่สำหรับ “อเมริกันสแตนดาร์ด” สามารถฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ และยังคงรักษาความสามารถในการเป็นผู้นำธุรกิจสุขภัณฑ์ของเมืองไทยไว้ได้ เช่นเดียวกับการรักษาตำแหน่งแบรนด์สุขภัณฑ์ที่ผู้บริโภคชื่นชอบมากที่สุดในหมวด “วัสดุก่อสร้าง” กลุ่ม “เครื่องสุขภัณฑ์” จาก 2025 Thailand’s Most Admired Brand
คุณวิวัฒน์ สุรพัฒนานนท์ ลีดเดอร์ ลิกซิล ประเทศไทย, ธุรกิจเทคโนโลยีการใช้น้ำ กล่าวถึงกลยุทธ์ที่ผลิตภัณฑ์ของอเมริกันสแตนดาร์ดภายใต้ลิกซิล กรุ๊ป มัดใจผู้บริโภคมาตลอด 55 ปี คือการทุ่มเทด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์อย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อแก้ไขปัญหาความท้าทายต่าง ๆ ที่ผู้ใช้งานได้ประสบในชีวิตประจำวัน ออกแบบโดยทีมงานภายในที่เรียกว่า LIXIL Global Design ซึ่งมีสตูดิโอออกแบบ 8 แห่งทั่วโลก โดยนักวิจัยและนักพัฒนาร่วมกันคิดค้นเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า เพื่อสร้างอาณาจักรห้องน้ำแห่งความสบายสูงสุดและคงประสิทธิภาพต่อผู้ใช้ นวัตกรรมที่โดดเด่นของอเมริกันสแตนดาร์ดที่น่าสนใจในปีนี้ คือ e-Lite สุขภัณฑ์อัจฉริยะหลากหลายฟังก์ชันที่ช่วยให้ทุกคนในบ้านผ่อนคลาย ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ไม่ว่าใครได้ใช้ก็มีความสุข พร้อมทั้งมอบความสะดวกสบายแบบครบครันกับคุณสมบัติที่น่าสนใจต่าง ๆ
อเมริกันสแตนดาร์ดยังมุ่งเน้นบริการแบบใส่ใจ เพื่อสร้างความประทับใจให้ลูกค้าได้มากกว่าด้วยการขายโปรแกรม Renovation & Retrofit (R&R) ที่เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าที่ต้องการรื้อถอน ติดตั้งสุขภัณฑ์จากช่างมืออาชีพ การันตีด้วยการจบงานไวภายใน 72 ชั่วโมง พร้อมตอบสนอง Customer Journey แบบครบวงจรด้วย American Standard Authorized Spare Parts Center เพิ่มความมั่นใจให้แก่ลูกค้าว่าจะได้รับอะไหล่แท้และสามารถขอรับบริการเปลี่ยนอะไหล่ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

สำหรับความท้าทายในปีนี้ คุณวิวัฒน์ ให้ความเห็นว่าคงไม่ต่างจากปีก่อน เพราะภาวะหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ประกอบกับกำลังซื้อที่หดตัวจากปีก่อนของสินค้าคงทนทั้งอสังหาริมทรัพย์และที่อยู่อาศัย หากเทียบกับอุปทานในตลาดที่มีอยู่มากล้วนกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
“แต่เรามองว่าในทุกปัญหามีโอกาสที่ดีซ่อนอยู่เสมอ เพราะแม้ว่าปีนี้ผู้บริโภคจะระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายมากขึ้น แต่พวกเขาก็ยังคงมองหาและยินดีที่จะจ่ายให้กับผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคล หรือยังมีตลาดขนาดใหญ่ที่ยังไม่ได้รับการเสนอสินค้าและบริการอย่างเต็มที่ (Underserved Market) ทำให้มองเห็นทิศทางที่ชัดเจนในการวางแนวทางที่จะนำพาแบรนด์ก้าวข้ามผ่านอุปสรรคและบรรลุเป้าหมายการทำงานในปีนี้ด้วย 3 กลยุทธ์สำคัญ”
เริ่มจากนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเพื่อครอบคลุมความต้องการของผู้บริโภคในทุกเซกเมนต์ อาทิ การเจาะเทรนด์สังคมผู้สูงวัย เปิดโอกาสใหม่ทางธุรกิจด้วยสุขภัณฑ์แบบ Cygnet Right Height มีความสูงพิเศษ 45 เซนติเมตร เหมาะสมกับผู้สูงอายุมากที่สุด มีฝารองนั่งอเนกประสงค์แบบไม่ใช้ไฟฟ้า คันโยกดีไซน์เอื้อต่อการใช้งานโดยไม่ต้องก้มมอง ช่วยให้ห้องน้ำไม่เปียกเลอะเทอะ ป้องกันการลื่นล้ม พร้อมด้วยก๊อกน้ำก้านปัดยาวเปิด-ปิดน้ำได้ง่าย ไม่ต้องออกแรงเยอะ ติดตั้งสะดวก ทนทาน ผลิตภัณฑ์ Health & Well-Being เจาะกลุ่มคนยุคใหม่ที่มองหาผลิตภัณฑ์อันเป็นนวัตกรรมพร้อมด้วยเทคโนโลยีอันชาญฉลาด โดยเฉพาะด้านการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีอย่าง HygieneClean System นวัตกรรมแห่งความสะอาดอันเป็นเอกสิทธิ์หนึ่งเดียวจากอเมริกันสแตนดาร์ด และผลิตภัณฑ์ที่เน้นออกแบบเพื่อประสบการณ์ที่ดี เช่น ก๊อกน้ำ EasyFlo™ และคอลเลกชันอุปกรณ์ฟิตติ้งที่นำเสนอสีและสไตล์หลากหลายช่วยให้ลูกค้าแต่ละคนเลือกชิ้นที่เข้ากันกับรสนิยมของตัวเองมากที่สุด

ตามด้วยกลยุทธ์ที่แสดงความรับผิดชอบขององค์กรต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมความหลากหลายและการมีส่วนร่วมของพนักงานในองค์กรพร้อมเดินหน้ามุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ผ่านผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้น้ำและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสำหรับวิถีชีวิตที่ยั่งยืน
“แบรนด์อเมริกันสแตนดาร์ด มุ่งมั่นที่จะทำให้ความยั่งยืนเป็นศูนย์กลางในทุกสิ่งที่เราทำ - ในวิถีการสร้างนวัตกรรมอย่างมีจุดมุ่งหมาย วิธีการทำงาน และความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โรงงานผลิตของเรามีการพัฒนานวัตกรรมเพื่อใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นถึง 28.3%* ของโรงงานลิกซิลทั่วโลก รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยปีล่าสุด กระบวนการผลิตของเราลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 34.7%* สุขภัณฑ์ทั้งหมดของเราล้วนแล้วแต่มีนวัตกรรมเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รวมทั้งอยู่ในระหว่างการดำเนินการเพื่อให้มีการระบุค่าของปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปล่อยออกมาจากผลิตภัณฑ์แต่ละหน่วย หรือค่า Carbon Footprint (CFP) ทั้งนี้ลิกซิลมีเป้าหมายที่จะบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050”

โดยอนาคตมีแผนประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสีเขียว ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคได้มีส่วนร่วมประหยัดน้ำและพลังงานจากการใช้ผลิตภัณฑ์ของลิกซิลในชีวิตประจำวัน ได้แก่ เทคโนโลยี ClickMove™ ช่วยประหยัดน้ำได้ 40% ผ่านการควบคุมปริมาณน้ำที่ดีขึ้น และเทคโนโลยี EcoStart™ สำหรับก๊อกอ่างล้างหน้าแบบผสมที่ช่วยการประหยัดพลังงานได้ถึง 30%
อย่างไรก็ดี ปี 2025 นี้จะเป็นปีที่อเมริกันสแตนดาร์ดฉลองครบรอบ 150 ปี แห่งการเป็นผู้บุกเบิกวงการสุขภัณฑ์ระดับโลก และยังก้าวเข้าสู่ปีที่ 56 ในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ในโอกาสพิเศษนี้ จึงได้เปิดตัวแคมเปญ “American Standard 150 Years Celebration” ซึ่งเป็นแคมเปญระดับโลก เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จของแบรนด์ พร้อมส่งไฮไลต์โปรดักต์ทั้งหมด 3 กลุ่ม เจาะตลาดครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ได้แก่ กลุ่มโถสุขภัณฑ์อัจฉริยะ โดยมี Flagship Product นำโดย e-Lite ตามมาด้วยกลุ่มก๊อกน้ำและอุปกรณ์อาบน้ำ Color Fittings ที่มาพร้อมเทคโนโลยีการทำสีแบบ PVD ที่สวยงามและทนทานกว่าการทำสีทั่วไป และท้ายสุดคือกลุ่มสินค้าอะไหล่ ที่สามารถใช้งานได้กับสุขภัณฑ์อเมริกันสแตนดาร์ดหลากหลายรุ่น หลากหลายแบรนด์ ด้วย Universal Design Concept ไม่ว่าจะเป็นฝารองนั่ง ฝารองนั่งอเนกประสงค์ อะไหล่ในถังพักน้ำ เป็นต้น
คุณวิวัฒน์ ยังกล่าวอีกว่า ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรม ลิกซิลถือเป็นแนวหน้าในการจัดการกับความท้าทายใหม่ที่เกิดขึ้น ทั้งเทรนด์จำนวนผู้สูงวัยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเติบโตของสังคมเมือง ความต้องการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ เช่น น้ำและพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง รวมถึงความต้องการด้านสุขภาพและสุขอนามัยของผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้นนับจากเกิดการระบาดใหญ่ของ Covid-19

“จากการศึกษาและรวบรวมข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคข้างต้น เราจึงได้คาดการณ์แนวโน้มระดับมหภาค 3 ประการ หรือ 3 Macro Trends ที่เราถือว่ามีความสำคัญสูงสุดในการยกระดับการเติบโตในภาคอุตสาหกรรมและขับเคลื่อนความก้าวหน้าในการพัฒนาที่ยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อ ๆ ไป”
โดยทุ่มเทวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนอง Consumer Insight โดยอิงตาม 3 Macro Trends ได้แก่ Health & Well-being สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ทำห้องน้ำให้เป็นเหมือนสปา หรือพื้นที่เพื่อความผ่อนคลายเสมือนโอเอซิสส่วนตัวได้พักกายพักใจ, Sustainability ความยั่งยืน โดยผลักดันแนวคิดเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อย่างเต็มกำลัง ด้วยวัฏจักรใหม่นี้ได้ถูกเปลี่ยนเป็น Make-Use-Return คือผลิต (Make) ผลิตภัณฑ์โดยใช้ทรัพยากรน้อยที่สุดด้วยการใช้นวัตกรรมและการออกแบบ หลังจากนั้นจึงใช้ (Use) ผลิตภัณฑ์อย่างคุ้มค่าเต็มประสิทธิภาพ และเมื่อจบการใช้งานแล้วต้องทิ้งอย่างถูกต้อง เพื่อให้วัสดุเหล่านั้นสามารถวนกลับ (Return) มาใช้ในกระบวนการผลิตใหม่ หรือนำไปสร้างประโยชน์อื่นๆ ต่อไป และเทรนด์สุดท้าย Urbanization การเติบโตของสังคมเมือง ผ่านโซลูชันที่หลากหลาย ช่วยให้กลุ่มคนเมืองที่กำลังขยายตัวได้ใช้ชีวิตคล่องตัวยิ่งขึ้น ด้วยคอลเลกชันที่มีสุขภัณฑ์ครบจบทั้งห้องน้ำ
เชื่อเหลือเกินว่าการผลักดันขอบเขตของนวัตกรรมเพื่อยกระดับชีวิตผู้คนอย่างไม่มีที่สิ้นสุดดังกล่าว จะยิ่งทำให้อเมริกันสแตนดาร์ดยืนอยู่ในใจผู้บริโภคต่อไปอีกนานเท่านาน