ถือเป็นปีที่ 5 แล้วที่แบรนด์ลามิน่าเป็นแบรนด์ที่ครองใจผู้บริโภคจากผลสำรวจของ BrandAge Thailand’s Most Admired Brand 2019 ในหมวดฟิล์มติดรถยนต์ ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนลามิน่าให้เป็นแบรนด์ที่ครองใจผู้บริโภคคือการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างเข้าใจและเข้าถึง
คุณจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคาร ลามิน่า เล่าให้ฟังว่า การขับเคลื่อนเรื่องของนวัตกรรมต่างๆ ต้องทำให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิต และไลฟ์สไตล์ รวมถึงความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก
“นวัตกรรมที่เรานำเสนอต้องสอดคล้องกับการใช้ชีวิต และมองเห็นอนาคตของกลุ่มผู้บริโภคว่าเขาจะไปในทิศทางไหน เนื่องจากการพัฒนาสินค้าในหมวดของฟิล์มกรองแสงเป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์ที่ต้องใช้เวลาค้นคว้า วิจัย ซึ่งเราสามารถออกสินค้านวัตกรรมมาให้ลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง เพราะเรามีการพูดคุยสื่อสารกับทางโรงงานโดยตรง และประกอบกับทิศทางในตอนนี้เป็น Globalization เวลามีเทรนด์อะไรเกิดขึ้นก็สามารถกระจายไปได้ทั่วโลกอยู่แล้ว ตัวอย่างที่ชัดเจน ก็คือเรื่องของฟิล์มเซรามิก ซึ่งขณะนี้เป็นกระแสไปทั่วแวดวงฟิล์ม เราก็เปิดตัวก่อน”
นวัตกรรมใหม่จะเกิดขึ้นได้ คุณจันทร์นภา มองว่าต้องเกิดจากปัจจัยหลายข้อไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการมีโรงงานซึ่งต้องมีความเชี่ยวชาญชำนาญในการพัฒนาสินค้า ส่วนที่สองหน่วยงานบริหารไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานโรงงานหรือผู้แทนจำหน่ายก็ต้องมีการเรียนรู้ เข้าถึงทิศทางผู้บริโภค สุดท้ายคือการประสานงานกันระหว่างตัวแทนจำหน่ายกับโรงงานต้องเป็นไปในทางที่เชื่อมั่น เชื่อถือ ไว้วางใจซึ่งกันและกัน สำคัญที่สุดคือองค์ประกอบทั้งหมดต้องดำเนินงานภายใต้เหตุผลที่ต้องสร้างความพึงพอใจและตอบโจทย์ผู้บริโภคให้ได้ดีที่สุด
“เราต้องเรียนรู้ผู้บริโภคว่าเขาต้องการอะไร การพัฒนานวัตกรรมต่างๆ ของเราจึงเกิดจากการทำความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลัก ถึงจะขับเคลื่อนออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคต้องการและต้องมองเห็นเทรนด์ว่ามันเกิดขึ้นและต้องคงอยู่ ฟิล์มติดรถยนต์ต้องออกมาแล้วอยู่ได้นาน เพราะการจะผลิตฟิล์มออกมารุ่นหนึ่งมันมีกระบวนการในการทำงานยาวนานมาก เริ่มตั้งแต่การพัฒนาโลหะที่จะมาเคลือบฟิล์ม ต้องดูว่าจะใช้เทคโนโลยีอะไรมาทำให้โลหะต่างๆ สามารถเคลือบฟิล์มเหล่านั้นได้ การแมตช์สีในแต่ละรอบการผลิตต้องแตกต่างกันน้อยที่สุดในระดับที่แยกไม่ได้ด้วยตาเปล่า เรามีการจำลองเครื่องผลิตฟิล์มขนาดเล็กแต่กระบวนการผลิตทุกอย่างเหมือนเครื่องใหญ่เพื่อลดสเกลการทดลองพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้คุ้มค่าที่สุด ทำให้โรงงานของเราสามารถออกผลิตภัณฑ์ใหม่ได้อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา และควบคุมคุณภาพการผลิตได้เป็นอย่างดี”
จุดแข็งสำคัญที่ทำให้ลามิน่าแตกต่างจากรายอื่นในตลาดที่มีผู้เล่นมากมายคือ การเป็นแบรนด์ฟิล์มกรองแสงที่ผู้บริโภคไว้วางใจได้ เพราะลามิน่าผลิตโดย CP Films USA มาตรฐาน ISO 9001 ซึ่งเป็นโรงงานเดียวที่ผลิตเฉพาะฟิล์มกรองแสง ดังนั้นจึงมีความเชี่ยวชาญมาตั้งแต่ปี 1955 จนถึงปัจจุบันนับได้กว่า 64 ปี นี่เป็นจุดที่สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ลามิน่ายังมีฟิล์มที่ครอบคลุม ตั้งแต่ ฟิล์มติดรถยนต์ ฟิล์มติดอาคาร ฟิล์มนิรภัย ฟิล์มตกแต่ง เป็นต้น
คุณจันทร์นภา เสริมว่า กลยุทธ์หลักที่ทำให้ลามิน่าครองใจผู้บริโภคคือ การเป็นผู้นำใน 4 ด้านหลัก คือ
การพัฒนาสินค้านวัตกรรม ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคซึ่งมีความแตกต่างในปัจจุบันอย่างเข้าใจและเข้าถึง
การบริการ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมหนึ่งในตลาด เนื่องจากลามิน่ามีการสอนการติดตั้งอย่างเป็นระบบ ถูกต้อง ใช้เครื่องมือและวิธีการที่ถูกวิธี
การสื่อสาร ที่ให้ข้อมูลตรงไปตรงมา เป็นความจริงแก่ร้านค้าและลูกค้า เรียกได้ว่าถ้าเป็นฟิล์มลามิน่าสเปกทุกอย่างที่สื่อสารออกไปเป็นเรื่องจริงทั้งหมด
การตอบแทนสังคม ลามิน่า เป็นแบรนด์ที่เราทำมาอย่างยาวนานและต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยมีโครงการอย่าง “ลามิน่าสานฝันเด็กไทยได้เล่าเรียน” ซึ่งสร้างอาคารเรียนขนาด 4 ห้องเรียนมาแล้วกว่า 17 โรงเรียน ขนาดเล็กอีก 8 โรงเรียน โครงการปลูกป่า ซึ่งทำต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 11 โครงการ “ลามิน่าสร้างฝันปันรอยยิ้ม” จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 9 เพื่อตรวจสุขภาพฟัน และรักษาฟันให้กับเด็กนักเรียนและชาวบ้านในชุมชน เป็นต้น