แบรนด์ ก็ยังคงเป็นสิ่งสำคัญต่อธุรกิจในทุกยุค ทุกสมัย นั่นเป็นความเชื่อของนิตยสารแบรนด์เอจที่มุ่งมั่นในการผลิตคอนเทนต์เพื่อชี้ให้เห็นถึงกลยุทธ์และกรณีศึกษาด้านแบรนด์ในมิติต่างๆ
ในปีนี้นิตยสารแบรนด์เอจกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 20 เราเห็นพัฒนาการของภาคธุรกิจที่หันมาใส่ใจกับเรื่องแบรนด์ และนั่นคือหนึ่งในความภูมิใจของเราที่เป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับแบรนด์ของภาคธุรกิจต่างๆ
แน่นอนว่าเรากำลังพูดถึงผลสำรวจ Thailand’s Most Admired Brand และ Why We Buy 2019 ??? ผลสำรวจด้านแบรนด์กลุ่มแรกของเมืองไทย
Thailand’s Most Admired Brand และ Why We Buy ได้เริ่มดำเนินการครั้งแรก ในช่วงเดินกรกฎาคม ปี 2000 แต่เป็นงานวิจัยเฉพาะเขตในกรุงเทพมหานคร และได้ดำเนินการวิจัยสำรวจอีกครั้งในช่วงเดือนธันวาคม ปีเดียวกัน แต่เป็นการวิจัยทุกภูมิภาคทั่วประเทศ
เมื่อนับเป็นจำนวนครั้ง เท่ากับงานวิจัย Thailand’s Most Admired Brand และ Why We Buy??? ได้ถูกตีพิมพ์ในนิตยสารแบรนด์เอจมาแล้วถึง 20 ครั้ง
ธนเดช กุลปิติวัน บรรณาธิการบริหาร นิตยสารแบรนด์เอจ อธิบายว่า “ในแต่ละปี ก็มีความแตกต่างตามความเปลี่ยนแปลงของกิจกรรมที่แต่ละแบรนด์ดำเนินการ วันนี้ การขับเคลื่อนประเทศไทยเกือบทุกสำนัก เริ่มกล่าวถึงประเทศไทยในยุค 5.0 ที่จะใช้นวัตกรรมในทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมให้เกิดมูลค่าเพิ่มจากการขับเคลื่อนผ่านนวัตกรรมในทุกมิติ
Social Media ก็ยังเป็นสื่ออันทรงพลังที่ทะลุทะลวงทุกมิติในการเข้าถึงผู้บริโภค และนับวันก็จะเพิ่มความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น การสร้างการรับรู้ในเรื่องของแบรนด์ก็เริ่มมีความยากมากขึ้น
สังคม Social จะสร้างปรากฏการณ์แบบสุดโต่ง แบรนด์ใหม่ๆ อาจเกิดขึ้นในช่วงพริบตา หรืออาจตายในช่วงข้ามคืนก็ได้
การสื่อสารทางด้านแบรนด์ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการประกอบธุรกิจในปัจจุบัน”
Thailand’s Most Admired Brand และ Why We Buy 2019 ? จึงเป็นดัชนีที่ช่วยกระตุ้นให้เจ้าของแบรนด์ให้ความสำคัญกับแบรนด์ หลายองค์กรได้นำผลดังกล่าวมาเป็น KPI ในการประเมินในเรื่องแบรนด์ และผลงานของผู้บริหาร
ทีมวิจัยสำรวจ Thailand’s Most Admired Brand และ Why We Buy 2019? จึงยิ่งต้องให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียด รวมถึงการเพิ่มความเข้มข้นกับมาตรฐานขั้นสูงของระเบียบวิธีวิจัย เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้มาเที่ยงตรงมากที่สุด
โดยความร่วมมือของทีมวิจัยแบรนด์เอจกับอาจารย์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศในการยกระดับงานวิจัยโดยปรับปรุงพัฒนาแบบสอบถาม การจัดเก็บข้อมูล และประมวลผลข้อมูลจากทั่วประเทศ โดยนำข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นในแต่ละปีมาปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาให้สอดคล้องแบบบูรณาการ
ในปีนี้ ทีมวิจัย BrandAge ได้รับความร่วมมือจากอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ ดังต่อไปนี้
- ภาคเหนือ รศ.ดร.พิธากรณ์ ธนิตเบญจสิทธิ์ คณบดี คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยนอร์ท เชียงใหม่
- ภาคใต้ ผศ.เกื้อกูล สุนันทเกษม หัวหน้าสาขาวิชาการตลาด มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่
- ภาคตะวันออก ผศ.ดร.นิภา นิรุตติกุล อาจารย์ประจำสาขาวิชาการตลาด คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รศ.ดร.เพ็ญศรี เจริญวานิช คณบดี คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น
- กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล และภาคกลาง อาจารย์อรรถการ สัตยพาณิชย์ คณบดี คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน และ อาจารย์ฉันทนา ปาปัดถา คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
โดยแบบสอบถามที่ใช้ในการเก็บผลสำรวจ Thailand’s Most Admired Brand และ Why We Buy 2019 ? ที่ถูกพัฒนาขึ้น จะถูกนำมาทำการ Pre-test ทุกครั้ง ก่อนระดมทีมจากศูนย์วิจัยจากมหาวิทยาลัยที่เป็นตัวแทนจากทั่วทุกภาคเก็บข้อมูล ภายใต้การควบคุมกำกับดูแลจากอาจารย์ในแต่ละภาคและทีมวิจัย BrandAge
ข้อสรุปของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในปี 2018 ส่วนใหญ่เป็นการปรับให้สอดคล้องกับตลาดที่เปลี่ยนแปลงจากพฤติกรรมการบริโภคสื่อ ตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและพฤติกรรมของผู้บริโภค
Thailand’s Most Admired Brand และ Why We Buy 2019? มีรายละเอียดของแต่ละหมวดสินค้าตั้งแต่หมวดที่ 1 – 7 ดังต่อไปนี้
หมวดที่ 1 เครื่องใช้ส่วนตัวและยารักษาโรค แบ่งเป็น 7 กลุ่มผลิตภัณฑ์
1. แชมพูสระผม และครีมนวด
2. สบู่และครีมอาบน้ำ
3. ยาสีฟัน
4. ครีมบำรุงผิว
5. ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า
6. สินค้าขายตรง
7. ยารักษาโรค
หมวดที่ 2 อาหาร และเครื่องดื่ม แบ่งเป็น 11 กลุ่มผลิตภัณฑ์
1. บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
2. ปลากระป๋อง
3. กาแฟพร้อมชงและพร้อมดื่ม
4. ชาพร้อมดื่ม
5. เครื่องดื่มฟังก์ชั่นนัล
6. นมพร้อมดื่มยูเอชที
7. น้ำผักผลไม้พร้อมดื่ม
8. น้ำอัดลม
9. เครื่องดื่มบำรุงกำลัง
10. เบียร์
11. สุรา
หมวดที่ 3 เครื่องใช้ไฟฟ้า แบ่งเป็น 5 กลุ่มผลิตภัณฑ์
1. เครื่องรับโทรทัศน์ LED TV
2. เครื่องปรับอากาศ
3. เครื่องซักผ้า
4. ตู้เย็น
5. หลอดไฟฟ้า
หมวดที่ 4 ผลิตภัณฑ์ IT และดิจิทัล แบ่งเป็น 7 กลุ่มผลิตภัณฑ์
1. คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ
2. คอมพิวเตอร์พกพา
3. ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต
4. พรินเตอร์
5. กล้องดิจิทัล
6. ระบบผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่
7. โทรศัพท์เคลื่อนที่
หมวดที่ 5 ยานยนต์ แบ่งเป็น 8 กลุ่มผลิตภัณฑ์
1. รถยนต์นั่งส่วนบุคคล
2. รถกระบะบรรทุก 1 ตัน
3. รถจักรยานยนต์
4. แบตเตอรี่รถยนต์
5. ยางรถยนต์
6. น้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์
7. ฟิล์มติดรถยนต์
8. สถานีบริการน้ำมัน
หมวดที่ 6 ธนาคาร ร้านอาหาร ค้าปลีก แบ่งเป็น 12 กลุ่มผลิตภัณฑ์
1. ธนาคาร
2. ธนาคารรัฐเฉพาะกิจ
3. ธนาคารเพื่อกิจการเอสเอ็มอี
4. บัตรเครดิต
5 สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์
6. สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ
7. ประกันชีวิต
8. ประกันภัย
9. ร้านอาหาร (Chain)
10. ร้านกาแฟสมัยใหม่
11. ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าปลีกสมัยใหม่
12. ร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมง
หมวดที่ 7 วัสดุก่อสร้าง แบ่งเป็น 8 กลุ่มผลิตภัณฑ์
1. สีทาภายใน/ภายนอก
2. ปูนซีเมนต์
3. กระเบื้องปูพื้น/กรุผนัง
4. กระเบื้องมุงหลังคา
5. เครื่องสุขภัณฑ์
6. ไม้และวัสดุทดแทนไม้
7. ร้านจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์
8. บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
วันนี้กองบรรณาธิการ BrandAge Online ได้รวบรวมผลสำรวจทั้งหมดมาไว้ในที่นี้แล้ว แต่ละหมวด แบรนด์ไหนจะได้แชมป์ ลองไปดูกันเลยครับ