สำหรับกลุ่มเป้าหมายของโครงการ คือ นิสิต อาจารย์ บุคลากรและประชาชนทั่วไป โดยผู้ใช้บริการจะต้องสมัครเป็นสมาชิกของโครงการผ่านระบบออนไลน์หรือมาสมัครด้วยตนเองที่สำนักงานโครงการที่ตั้งอยู่ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ค่าบริการเริ่มต้นที่ 30 บาทต่อครั้ง สามารถใช้รถได้ 20 นาที
โครงการยังวางแผนที่จะให้ “CU TOYOTA Ha:mo” เป็นเวทีเปิด เพื่อร่วมพัฒนาสู่นวัตกรรมการเดินทางของสังคมในอนาคต โดยมุ่งให้เกิดการมีส่วนร่วมจากบุคคล และภาคประชาสังคมในเรื่องระบบการแบ่งปันรถกันใช้ด้วยยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก อันเกิดจากการพัฒนาเทคโนโลยีควบคู่กับการพัฒนาสังคม โดยเปิดโอกาสให้บริษัท นิสิตนักศึกษา นักวิจัย อาจารย์ และองค์กรต่างๆ ที่สนใจได้เข้ามามีส่วนร่วมในโครงการ ทำให้สามารถรวบรวมแนวคิดต่างๆ คัดเลือกแนวทาง พัฒนาแผนโครงการ ตลอดจนทดลองใช้ในพื้นที่จริง เพื่อเป็นแนวทางต่อไปในอนาคต
รศ.ดร.บุญไชย สถิตมั่นในธรรม รองอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ย้ำว่า ทางมหาวิทยาลัยมุ่งมั่นเพื่อก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก โดยสร้างความรู้ และนวัตกรรมที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาสังคมไทยอย่างสร้างสรรค์ และยั่งยืน มีการก่อตั้งโครงการ ‘ศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย’ (CU Innovation Hub) เมื่อปีที่แล้วเพื่อเป็นเวทีสำหรับการพัฒนานวัตกรรม อันเป็นการปูทางเพื่อก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยของประเทศที่มีศักยภาพเชิงนวัตกรรมในระดับโลก เพื่อเปลี่ยนผ่านวิถีชีวิต การเรียนรู้ และการทำกิจกรรมต่างๆ ของคนไทย
“เรายังพัฒนาโครงการใหญ่ภายในบริเวณมหาวิทยาลัย ด้วยชื่อโครงการ ‘เมืองจุฬาฯ อัจฉริยะ’ (CU Smart City) เพื่อเป็นต้นแบบอนาคตของกรุงเทพฯ ในหลากหลายมิติ เช่น เรื่องพลังงาน การเดินทาง สิ่งแวดล้อม เป็นต้น ดังนั้น เราจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับโตโยต้าในโครงการนี้ และพร้อมสนับสนุนโครงการเพื่อร่วมพัฒนาสังคมการเดินทางในอนาคต ภายใต้แนวคิด ‘เวทีเปิดทางนวัตกรรม’ ”
โตโยต้าคาดหวังว่า โครงการ “CU TOYOTA Ha:mo” จะได้รับความร่วมมือ และสนับสนุนจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันพัฒนาทางเลือกใหม่สำหรับการเดินทางในสังคมเมือง ซึ่ง “หัวใจสำคัญ” คือการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่แข็งแกร่ง เพื่อร่วมกันเปลี่ยนแปลงวิถีการเดินทาง อันจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม และการพัฒนาประเทศชาติอย่างยั่งยืน
จุดเด่นของ Ha:mo
-เป็นรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก เหมาะกับการเดินทางระยะสั้นในสังคมเมือง
-เมื่อขับรถถึงที่หมายสามารถจอดรถทิ้งไว้ได้เลย
-ประหยัดเวลา และน้ำมันเชื้อเพลิง ช่วยให้การเดินทางง่ายยิ่งขึ้น
ระยะเวลาการศึกษาโครงการ Ha:mo
เฟสแรก > การพัฒนา (ปี 2560 – ปี 2562)
-มีรถให้บริการ 10 คัน และเพิ่มเป็น 30 คัน ในปีถัดไป
-ติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า 10 สถานี
-เตรียมสถานีจอดรถ 12 สถานี
-ให้บริการช่องจอดรถทั้งหมด 33 ช่องจอด
เฟสสอง > สร้างรูปแบบทางธุรกิจ (ปี 2563 เป็นต้นไป)