3 สิ่งที่เปลี่ยนไป
ดร.ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการบริหารสมาคมผู้ค้าปลีกไทย และนักวิชาการด้านค้าปลีกของบ้านเรา ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า ด้วยขนาดครอบครัวที่เล็กลง รวมถึงความต้องการความสะดวกสบายในการซื้อสินค้า ทำให้ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนมาซื้อสินค้าในร้านค้าขนาดเล็กใกล้บ้านมากขึ้น ทำให้ร้านค้าปลีกขนาดเล็กยังคงมีเทรนด์การเติบโตที่ดี ตามการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์การช้อปของผู้บริโภค
เขายังบอกอีกว่า หากย้อนหลังไปเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว ร้านค้าปลีกไซส์ใหญ่อย่างไฮเปอร์มาร์เก็ต จะเป็นช่องทางขายยอดนิยมของคนไทย เพราะมีการมอบประสบการณ์ในการช้อปที่สามารถดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าในสโตร์ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในเรื่องของ “ราคา” ที่เป็นแรงดึงดูดสำคัญ
แต่ในปัจจุบัน ตลาดเริ่มเปลี่ยนไป โดยมีปัจจัยสำคัญที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของลูกค้าชาวไทยคือ
1.พวกเขามองถึงเรื่องของความสะดวกสบายในการช้อป ซึ่งการมาที่สโตร์แล้วช้อปเป็นจำนวนมาก น่าจะไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาต้องการอีกต่อไปแล้ว เพราะมีการสร้างฟอร์แมตของร้านค้าปลีกที่ทำให้เข้าถึงการซื้อได้ง่ายขึ้นแบบทุกที่ทุกเวลา ทั้งฟอร์แมตที่เป็นร้านค้าปลีกขนาดเล็กกระจายเข้าไปในชุมชนต่างๆ และตัวช้อปปิ้งออนไลน์ที่มีส่วนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้ออย่างมาก
ตัวอย่างในเรื่องของความสะดวกในการช้อปนั้น ยังรวมถึงเรื่องของการเดินทางที่โครงสร้างของเมืองเปลี่ยนไป ขณะที่ในสมัยก่อน จำนวนคนหารด้วยจำนวนรถจะมีแค่ 20% แต่ปัจจุบันเพิ่มเป็น 80% ทำให้เป็นเรื่องที่ยากลำบากในการฝ่าการจราจรที่ติดขัดเพื่อเข้ามาช้อปปิ้งเพียงอย่างเดียว
2.ประสบการณ์ในการช้อปกับไฮเปอร์มาร์เก็ตที่เคยสร้างความตื่นตาในอดีตก็คือเรื่องของการขายสินค้าราคาถูกแบบ Everyday Low Price กลายเป็นเรื่องเบสิกที่ไม่มีความแปลกใหม่ไปแล้ว ทำให้ผู้เล่นทั้ง 2 ราย ต่างหันมาใช้กลยุทธ์ราคาในรูปแบบที่ช็อกไพรซ์ เพื่อกระตุ้นการซื้อ อย่างกรณีของเทสโก้ โลตัสที่สร้าง Perception ในการเป็นร้านค้าปลีกราคาถูกด้วยแคมเปญ โรลแบ็ค
3.โครงสร้างของขนาดครอบครัวที่เปลี่ยนไป เป็นครอบครัวขนาดเล็ก ทำให้ไม่จำเป็นต้องซื้อสินค้าเพื่อสต๊อกแบบเกินความจำเป็นในการใช้ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี ผู้บริโภคต้องประหยัด