LINE เริ่มเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยในเดือนกันยายน 2554 จากธุรกิจ LINE Chat Messenger และประสบความสำเร็จอย่างสูง มีการแตกธุรกิจออกไปมากมาย อาทิ การเปิดตัว LINE Game ในปี 2555 เปิดให้บริการ LINE TV ในปี 2557 เปิดให้บริการ LINE Pay ในปี 2558 เปิดให้บริการ LINE Man ในปี 2559 เปิดให้บริการ LINE Jobs ในปี 2561
ปัจจุบันนี้ LINE สามารถต่อยอดจาก Chat App จนกลายเป็น Super App ที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 44 ล้านคน
LINE เป็นองค์กรที่มีพนักงานประจำกว่า 200 คน อายุเฉลี่ยของคนในองค์กรอยู่ที่ 22-30 ปี ถือว่าเป็นอายุที่ค่อนข้างต่ำ แสดงให้เห็นถึงการเป็นองค์กรของคนรุ่นใหม่ เพราะด้วยโมเดลธุรกิจที่อยู่บนโลกออนไลน์ต้องทำให้พนักงานทุกคนเรียนรู้อยู่เสมอ เพราะฉะนั้นข้อดีก็คือทำให้เกิดซึ่งความกล้า กล้าที่จะคิดต่าง กล้าที่ถกเถียง กล้าที่จะหยิบมุมของตัวเองขึ้นมาแล้วรับฟังกัน
การเติบโตอย่างต่อเนื่องทำให้ LINE ประเทศไทย ต้องมีการเสริมทัพทีมงานให้เพียงพอต่อการเติบโตทางธุรกิจ ล่าสุด LINE ได้มีการเติมเต็มทีมงานในส่วนของ LINE TV ซึ่งเป็นอีกธุรกิจที่กำลังไปได้ดีในตลาดประเทศไทย
LINE TV เป็นรูปแบบธุรกิจที่ถือกำเนิดขึ้นในประเทศไทยเป็นที่แรกของโลก และประสบความสำเร็จ จนมีการขยายไปยังไต้หวันในประเทศอื่น ๆ
ในงาน LINE TV NEXPLOSION 2019 ทางผู้บริหารของ LINE ประเทศไทย ตั้งเป้าไว้ว่าภายในปี 2562-2564 จะขึ้นแท่นการเป็น Platform TV ที่เข้าถึงคนไทยทุกคน โดยการเพิ่มอัตราเข้าถึงจาก 33 ล้านคนในปัจจุบัน เป็น 55 ล้านคน ภายใน 3 ปี
ปัจจุบัน คนไทยดูทีวีราว 55 ล้านคน และ LINE TV ก็เข้าถึงกลุ่มคนดูประมาณ 60% แต่จำกัดในกรุงเทพฯ และปริมณฑลประมาณ 10 จังหวัด ซึ่งภายในปีนี้ LINE TV ตั้งเป้าที่จะเพิ่มตัวเลขผู้ชมต่างจังหวัดอย่างน้อย 35 จังหวัด
ในปีที่ผ่านมา LINE TV ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นมากจากการนำละครโทรทัศน์ยอดฮิต 4 เรื่องมาฉายซ้ำ ทำให้มียอดวิวเฉพาะละคร 4 เรื่องนี้ถึง 1,200 ล้านวิว ทำให้ไลน์ทีวีครองสัดส่วนการเป็นช่องทางที่คนดูทีวีย้อนหลัง 65% ส่วนที่เหลือเป็นแพลตฟอร์มรายอื่น
มาในปีนี้ LINE TV ก็ยังเดินหน้าในการขยายตลาดออกไปยังส่วนภูมิภาคเพิ่มขึ้น รวมถึงมีการเพิ่มคอนเทนต์ที่น่าสนใจเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
วันนี้ BrandAge ขอถือโอกาสแนะนำ 4 คนรุ่นใหม่ ผู้อยู่เบื้องหลังแพลนต์ฟอร์มออนไลน์ที่เป็นที่นิยมอย่าง LINE TV เลือดใหม่ที่กล้าที่จะคิดและลงมือทำและอะไรคือความท้าทายของพวกเขา...