ขณะที่อีกรูปแบบ คือธุรกิจที่เป็นผู้พัฒนาที่ดินเพื่อการค้าปลีกในรูปของศูนย์การค้า ที่มีรายได้จากค่าเช่าพื้นที่ในศูนย์การค้าไดอาน่าหาดใหญ่ ซึ่งการปรับตัวในบริบทของศูนย์การค้านั้น ไดอาน่ามีการทุ่มงบกว่า 100 ล้านบาท เพื่อรีโนเวทศูนย์การค้า ที่มีการปรับมุมในการบริหารจากการมองแค่เรื่องของสเปซ แมเนจเม้นต์ คือบริหารพื้นที่เช่าเพื่อให้รีเทิร์นกลับมาเป็นรายได้ให้มากที่สุด มาสู่การบริหารในเรื่องของประสบการณ์ลูกค้า ซึ่งจะมีการทำให้ศูนย์การค้าไดอาน่า เป็น Community ของคนภาคใต้ตอนล่างในการเข้ามาใช้ชีวิต มากกว่าแค่การช้อปปิ้ง ตามเทรนด์ที่เปลี่ยนไปของการทำศูนย์การค้าที่มีแรงขับเคลื่อนจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากเทคโนโลยี
ส่วนในเรื่องของธุรกิจค้าปลีกนั้น การรับมือกับดิจิทัล ดิสรัปชั่นนั้น ไดอาน่ามีการเปิดธุรกิจใหม่คือ ไดอาน่าช้อปออนไลน์ และ อร่อยดี ดิลิเวอรี่ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางในการขายให้กับไดอาน่าผ่านช่องทางออนไลน์ โดยจะมีการแบ่งการทำตลาดของสินค้าอาหารกับไม่ใช่อาหารออกมาอย่างชัดเจน ซึ่งไดอาน่าช้อปออนไลน์จะขายทุกอย่างในห้างที่ไม่ใช่อาหาร ส่วนอร่อยดี ดิลิเวอรี่ จะเป็นสินค้าประเภทอาหารที่มีอยู่ทั้งหมดในห้าง โดยจะมีช่องทางในการเข้าถึง 3 ช่องทางคือเว็บไซต์ เฟสบุ๊คแฟนเพจ ไลน์ แอด และอินสตาแกรม และการขายผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่างช้อปปี้
“เราขายของทุกอย่างที่ผ่านเครื่อง POS ของห้าง ดันขึ้นไปขายในแพลตฟอร์มออนไลน์ แทนที่จะรอให้ลูกค้าเดินมาหา ก็เข้าไปหาลูกค้าทั่วประเทศเลย ซึ่งด้วยการที่มีสินค้ามากกว่า 50,000 เอสเคยู ขายในราคาถูก เพราะเป็นการดีลกับซัพพลายเออร์ในส่วนที่ต้องการตัดสต๊อก ถ้าเป็นสินค้าใหม่ จะมีส่วนลดให้ 10% เหมือนกับที่เมมเบอร์ของห้างเราได้ ซึ่งการทำตลาดในช่วงที่ผ่านมาถือว่ามียอดขายที่เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีภาคอีสาน เป็นภาคที่มียอดสั่งซื้อมากสุด รองลงมาจะเป็นภาคเหนือ และภาคกลาง ส่วนภาคใต้เข้ามาเป็นอันดับ 4 แต่ก็มีทิศทางการเติบโตที่ค่อนข้างดี”
จุ้มจิ้มบอกอีกว่า การขายผ่านช่องทางออนไลน์นั้น ไดอาน่า อาศัยข้อได้เปรียบตรงที่มาจากออฟไลน์ซึ่งมีหน้าร้านอยู่แล้ว แถมมีสต๊อกจากออฟไลน์อยู่แล้วเป็นหลายหมื่นเอสเคยู ขณะที่คนที่ทำออนไลน์อย่างเดียว อาจจะมีสต๊อกไม่มากขนาดนั้น ขณะที่จุดยืนในเรื่องของการขายสินค้าที่คุ้มค่าคุ้มราคาของไดอาน่า ก็เข้ามาช่วยทำให้การขายผ่านออนไลน์ทำได้ง่ายขึ้น แต่หัวใจสำคัญที่มีส่วนอย่างมากก็คือเรื่องของคอนเทนต์ที่นำเสนอ ซึ่งไดอาน่าเอง เป็นห้างที่เข้าถึงได้ง่าย จึงสะท้อนออกมาผ่านตัวคอนเทนต์ได้ไม่ยากนัก
ปัจจุบันไดอาน่ามีสาขาที่เรียกว่า 2 + 4 นั่นคือ มีสาขาที่เป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่ในหาดใหญ่ และปัตตานี ขณะเดียวกันก็มีซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดเล็กอีก 4 สาขา กระจายออกไปในชุมชนของจังหวัดสงขลา ปัตตานี และนราธิวาส ตามแผนที่วางไว้ ไดอาน่า มองถึงการขยายสาขาในรูปแบบของซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดเล็กเพิ่มมากขึ้น เพื่อเข้าไปให้บริการถึงชุมชนของลูกค้า ซึ่งนอกจากจะมองถึงการเข้าหาลูกค้าแล้ว ยังเข้ามาช่วยเติมเต็มการทำตลาดให้เป็นแบบ O2O มากขึ้น
“เทรนด์ที่เห็นตอนนี้ห้างสรรพสินค้าต้องปรับตัวด้วยการทำตลาดเชิงรุก โดยเริ่มจากการเพิ่มช่องทาง การติดต่อสื่อสารกับลูกค้าที่หลากหลายขึ้น (Omni Channel) ก่อนที่จะพัฒนาไปสู่เทคนิคการค้าขายแบบไร้รอยต่อ (Seamless) ที่เชื่อมระหว่างช่องทางออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน รวมถึงการพัฒนาพื้นที่ซึ่งต้องคอยปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าให้มากขึ้น เป็นการสร้างความสุขและความสนุกจากการมาเดินห้างรวมถึงมีพื้นที่สำหรับสินค้า หรือการจัดกิจกรรมหมุนเวียนที่ลูกค้ามาแล้วจะได้รับประสบการณ์แปลกใหม่ไม่ซ้ำกัน”
เป็นอีก 1 กลยุทธ์ในการปรับตัวของห้างภูธร ที่น่าจับตามองไม่น้อยว่า ห้างเก่าแก่ของภาคใต้ตอนล่างอย่างไดอาน่า จะทำออกมาได้ดีแค่ไหนในภาวะที่ต้องแข่งกับการ “ดิสรัปท์” ของเทคโนโลยี......