ร้านอาหารประเภทซีฟู้ด ยังมีเทรนด์การเติบโตที่ดี โดยเฉพาะในเรื่องของการขยายสาขาออกไปยังต่างประเทศ เพราะอาหารประเภทนี้เป็นที่นิยมในแทบทุกประเทศ การมีระบบบริหารจัดการหลังบ้านที่ดีจะเข้ามาช่วยในเรื่องนี้ได้ค่อนข้างมาก โดยเอ็มเค กรุ๊ป เอง หลังจากร่วมทุนทำโลจิสติกส์ที่เป็น “โคลด์ เชน” กับ เชน โค กรุ๊ป โฮลดิ้ง คัมปะนี จากประเทศญี่ปุ่น เป็นตัวเติมเต็มที่เข้ามาช่วยในเรื่องของการจัดการสินค้าที่ต้องคุมอุณภูมิได้เป็นอย่างดี โดยประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยในเรื่องของการขยายสาขาเท่านั้น แต่ยังช่วยในเรื่องของการลดต้นทุนในเรื่องของโลจิสติกสได้อีกด้วย
คุณฤทธิ์ บอกกับเราว่า หากมองมาที่พอร์ต ฟอลิโอของเอ็มเค กรุ๊ป แล้ว จะพบว่า ยังมีส่วนที่ต้องเติมเต็มอีก โดยเฉพาะในกลุ่มของร้านอาหารต่างประเทศที่ไม่ใช่ QSR. (Quick Service Restaurant) ยกตัวอย่างเช่น อาหารอิตาลี ที่ปัจจุบันคนไทยรู้จักอาหารประเภทนี้เป็นอย่างดี โดยสิ่งที่เอ็มเค กรุ๊ป มองก็คือ การหาแบรนด์ที่เหมาะสมกับการเจาะกลุ่มเป้าหมายที่มีรายได้ระดับกลาง โดยจะใช้ราคาที่สมเหตุ สมผล หรือจับต้องได้ เป็นแกนหลักในการเข้าตลาด
หากมองเข้ามาที่พอร์ตร้านอาหารของเอ็ม เค กรุ๊ป จะพบว่า มีค่อนข้างหลากหลาย ทั้งสุกี้ อาหารญี่ปุ่น ซีฟู้ด และอาหารไทย ไล่ตั้งแต่ตัวสุกี้ที่เอ็มเค สุกี้ เอง มีการขยายออกไปตั้งแต่ตัวเอ็มเคสุกี้ ที่จับกลุ่มเป้าหมายครอบครัว เอ็มเค โกลด์ เจาะลูกค้าระดับบน และเอ็มเค ไลฟ์ ที่เจาะคนรุ่นใหม่ โดยเอ็มเคสุกี้ มีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศถึง 448 สาขา ขณะที่เอ็มเค โกลด์จะมีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 6 สาขา และเอ็มเค ไลฟ์ อีก 4 สาขา
เช่นเดียวกับหมวดร้านอาหารญี่ปุ่น กลุ่มเอ็มเค มีร้านยาโยอิที่เปรียบเสมือน “สตาร์” ของกลุ่ม มีจำนวนสาขา 184 สาขา ร้านฮากะตะ 4 สาขา และร้านมิยาซากิ 26 สาขา
ที่น่าสนใจก็คือ เอ็มเค มีแบรนด์ร้านอาหารไทยอยู่ในเครือถึง 2 แบรนด์คือ เลอสยาม มีสาขารวม 3 สาขา และร้านอาหารไทย ณ สยาม อีก 1 สาขา