สมฤดีชัยมงคลประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทบ้านปูจำกัด (มหาชน)เปิดเผยว่า“บ้านปูฯ มุ่งมั่นขยายธุรกิจที่ตอบโจทย์เทรนด์ความยั่งยืน หรือ ESG และสร้างการเติบโตให้กับกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงานอย่างต่อเนื่อง ตามกลยุทธ์ Greener & Smarter โดยเข้าถือหุ้นร้อยละ 47 ของบริษัท ดูราเพาเวอร์โฮลดิ้งส์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบการธุรกิจกักเก็บพลังงานชั้นนำในหลายประเทศทั่วโลกมาประมาณ10 ปี เนื่องจากเล็งเห็นถึงโอกาสทางธุรกิจที่สอดรับกับเทรนด์เทคโนโลยีพลังงานในอนาคตและเสริมแกร่งระบบนิเวศทางธุรกิจของกลุ่มบ้านปูฯ ซึ่งการได้ลงทุนในธุรกิจแบตเตอรี่ที่มีมาตรฐานระดับโลกเช่นนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองในการเสริมศักยภาพ สร้างความแข็งแกร่ง และสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดให้แก่กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน ตลอดจนขับเคลื่อนการใช้พลังงานทดแทนในประเทศไทยและในระดับสากลให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง”
บ้านปูฯ และดูราเพาเวอร์ มุ่งพัฒนาโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนในเมืองซูโจว (Suzhou) สาธารณรัฐประชาชนจีน ให้มีระบบการดำเนินงานและการผลิตที่ศักยภาพมากขึ้น โดยนำเทคโนโลยีขั้นสูงในระบบออโตเมชันมาใช้ภายในโรงงาน มุ่งเน้นคุณภาพ ความปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาวิจัยเพื่ออนาคต พร้อมขยายกำลังการผลิตจากเมื่อปี 2561 มีกำลังผลิตรวมสูงสุดต่อปีอยู่ที่ 80 เมกะวัตต์ชั่วโมง โดยเพิ่มให้สามารถรองรับแผนการผลิตได้ถึง1กิกะวัตต์ชั่วโมง ส่งผลให้โรงงานแห่งนี้มีกำลังผลิตสูงสุดในภูมิภาคอาเซียน ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 ต.ค. ผ่านมา ได้มีการเปิดโรงงานอย่างเป็นทางการ เพื่อเดินเครื่องไลน์การผลิต และเปิดเกมรุกตลาดธุรกิจจัดเก็บพลังงานอย่างเต็มรูปแบบ โดยตั้งเป้าหมายจะเดินหน้าขยายฐานลูกค้าในภูมิภาคยุโรป อเมริกา และเอเชีย เพิ่มขึ้นต่อไป
มร.เคลวิน ลิมประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดูราเพาเวอร์ โฮลดิ้งส์จำกัด กล่าวว่า“การเปิดโรงงานแห่งใหม่และมีเทคโนโลยีขั้นสูง นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของดูราเพาเวอร์ ในการขยายธุรกิจไปทั่วโลก เพื่อส่งมอบสินค้าและกระจายบริการที่มีคุณภาพไปยังลูกค้าในทุกเซกเมนต์และทุกภูมิภาคและการมีองค์กรชั้นนำด้านพลังงานระดับภูมิภาคเอเชียอย่างบ้านปูฯ มาเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ได้ช่วยสร้างความเชื่อมั่น และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับทั้งสององค์กรเติบโตควบคู่กันต่อไป เพื่อให้พร้อมแข่งขันในตลาดที่มีการแข่งขันสูง”
“สำหรับความคืบหน้าของความร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นการขยายขีดความสามารถด้านการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนสำหรับรถยนต์และระบบจัดเก็บพลังงาน เพื่อตอบโจทย์เทรนด์ตลาดในอนาคต ทั้งนี้ นอกจากการเพิ่มกำลังผลิตในปีนี้เพื่อรองรับ
ความต้องการของลูกค้าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้ว เรายังมีแผนที่จะขยายกำลังการผลิตของโรงงานซูโจวให้เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับแผนการบุกตลาดระบบกักเก็บพลังงานแบบติดตั้งอยู่กับที่ (Stationary Energy Storage System) ของบ้านปูฯ ในปี 2563 ซึ่งโรงงานแห่งนี้สามารถรองรับการขยายไลน์การผลิตได้สูงสุดถึง 3 กิกะวัตต์ชั่วโมง” สมฤดี กล่าวทิ้งทาย