เมนูสเต็กของเชฟหมูเป็นที่ยอมรับของคนท้องถิ่นในเวลารวดเร็ว เพราะราคาสมเหตุสมผล กระทั่งวันหนึ่งมีลูกค้าถามว่า ทำไมมีแต่สเต็กไม่มีเมนูอื่นบ้าง
คำถามง่ายๆ ของลูกค้า ทำให้เชฟหมูเก็บมานอนคิด จนในที่สุดเชฟหมูมองว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องเพิ่มเมนูอาหารในร้าน
เชื่อไหมว่าช่วงที่เปิดร้านใหม่ๆ เชฟหมูพยายามหาเวลาว่างมาเรียนหลักสูตรทำอาหารตลอดเวลา แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องระยะทาง เชฟหมูจึงต้องใช้วิธีการเรียนด้วยตัวเอง
“สมัยนั้นต้องดูรายการทำอาหารในเคเบิลทีวีแล้วอัดวิดีโอเทปเก็บไว้ เพื่อมาลองหัดทำอาหารแบบลองผิดลองถูกเอง ผมอัดรายการทำอาหารรวมแล้วมากกว่า 400 ม้วน กระทั่งวันหนึ่งเห็นโฆษณาหลักสูตรสอนทำอาหารที่โรงแรมสยาม ซิตี้ โดยเชฟของโรงแรมจึงตัดสินใจมาเรียนที่หลักสูตรนี้ที่กรุงเทพฯ ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งแรก เพราะได้รู้ศัพท์ร้านอาหารฝรั่งเศสที่ไม่เคยรู้จัก เช่น อกเป็ดซอสส้ม, Waldorf Salad, Crepe Suzette ไฮโซมาก
โชคดีที่ตอนเรียนคนนั่งข้างๆ เป็นเชฟเหมือนกันชื่อนิสรณ์ เป็นเชฟที่ทำร้านอาหารให้กับอดีตผู้ว่ากทม. แล้วคุยกันถูกคอ ถามเรื่องสูตรทำอาหารก็ตอบหมด ไม่กั๊ก เลยชวนไปเที่ยวอุบลเลย คราวนี้เราเลยได้สูตรกลับมาเยอะ สามารถเพิ่มเมนูมากมาย เมนูต้นฉบับตัวจริงยังเก็บไว้อยู่เลย เชฟนิสรณ์เป็นเหมือนแรงบันดาลใจให้เราเรื่องอาหาร คนที่ 2 ต่อจากพ่อ ตอนนี้ผมอยากเจอตัวเชฟนิสรณ์มากเลย”
ถึงตรงนี้ร้านสเต็กเล็กๆ อย่าง Angle Steak เริ่มมีเมนูใหม่ๆ นอกเหนือจาสกเต็กหมู เพิ่มมามากมาย อาทิ ปลากระพงซอสมัสมั่น ปลาอินทรีราดซอสแปลกๆ เป็นอาหารกึ่ง Thai Fusion
“ตอนนั้นบางวันเริ่มขาย Lobster แล้ว จากที่ขายสเต็ก 55 บาท ข้าวกะเพรา 35 บาท”