1. ชาที่เป็นมากกว่าชา
The Alley ให้ความสำคัญในการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดี เช่น เลือกใช้ใบชาคัดพิเศษจากประเทศไต้หวัน น้ำตาลทรายแดง เรียกได้ว่าเป็นออร์แกนิค ไม่มีการผสม น้ำตาลอ้อย เอามาเคี่ยวเป็นไซรัป
The Alley มีชื่อเรียกไข่มุกของตัวเองว่า Deerioca มาจากคำว่า Deer กับ Tapioca เป็นคำเรียกที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไข่มุก Deerioca ใช้เวลาในการทำนานถึง 2 ชั่วโมง ด้วยการเคี่ยวและอบในแบบฉบับของ The Alley ตั้งแต่ควบคุมอุณหภูมิ Deerioca ในระดับพอดี พนักงานจะไม่หยุดคน Deerioca ในตลอดเวลาการต้ม
ชาและ Deerioca ที่ทางร้านทำออกมาในแต่ละครั้ง จะอยู่ได้ไม่เกิน 2 ชั่วโมง เพื่อรักษารสชาติของชาและความนุ่มหนึบของไข่มุก จึงมั่นใจได้ว่า ทุกๆ แก้วของน้องกวางจะสดใหม่อยู่เสมอ
2. ใส่ความรักในทุกแก้วที่ชง
The Alley มีคำเรียกคนชงชาว่า เดียร์ริสต้า (Deerista) ทุกคนจะต้องใส่ความรักในทุกๆแก้วที่ชง โดยใช้เทคนิคการเชค ถ้าเป็นพนักงานหญิงจะเชค 12 ครั้ง ส่วนพนักงานผู้ชายจะเชค 10 ครั้ง แม้กระทั่งน้ำแข็งที่ใส่มาให้ คือปริมาณที่คำนวณมาแล้วอย่างดี เพื่อให้ทานน้ำแข็งหมดพอดีกันกับเครื่องดื่มในแก้วนั่นเอง
3. รูปแบบร้านตามไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค
นอกเหนือจาก The Alley ที่มีแนวคิดการตกแต่งร้านที่เป็นธรรมชาติ ตามที่เห็นในหลาย ๆ สาขา ยังได้มีการพัฒนาร้านให้มีรูปแบบแตกต่างไปจากเดิม 3 รูปแบบ คือ
The Alley Express เป็นรูปแบบร้านที่เหมาะสำหรับลูกค้ามาซื้อเครื่องดื่มกลับไปทานที่บ้านหรือที่ทำงาน
The Alley space เน้นให้เป็นรูปแบบการบริการที่รวดเร็วขึ้น เหมาะสำหรับ Delivery ไม่มีที่นั่ง เน้นให้เป็นรูปแบบการบริการที่รวดเร็วขึ้น
The Alley Café ตกแต่งร้านให้เป็นรูปแบบคาเฟ่ มีพื้นที่ให้ลูกค้าสามารถนั่งชิลหรือนั่งทำงานภายในร้านได้ มาพร้อมกับความหลากหลายของเมนูเช่น เครื่องดื่มร้อน ไอศกรีม และเบเกอรี่ ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าได้มากขึ้น
ทั้งนี้ คาดว่าในอนาคต จะขยายร้าน ให้มีสาขาเพิ่มขึ้น และอาจนำไปสู่การพัฒนารูปแบบร้านอื่น ๆ เพิ่มขึ้นในอนาคต