“จากที่คุณพ่อเดินทางไปมาหลายประเทศ ยังไม่เคยเห็นว่ามีประเทศไหนที่มีการรวบรวมเครื่องเทศจากทั่วทุกมุมโลกมาไว้ในร้านเดียวกัน จึงเป็นจุดกำเนิดของร้าน สไปซ์ สตอรี่ ที่วันนี้เรามีเครื่องเทศเกือบ 500 ชนิด ที่คัดสรรมาจากทั่วทุกมุมโลก ช่วงนั้นเรายังมองเห็นเทรนด์การบริโภคของผู้คนที่เริ่มเปลี่ยนไป ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสนใจกับเครื่องเทศมากขึ้น เริ่มเกิดไลฟ์สไตล์คนชอบทำอาหารทานเอง ชอบใช้เครื่องเทศแปลกใหม่กันมากขึ้น เราจึงเปลี่ยนตัวเองไปตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และเข้ามาอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงเราได้ง่ายมากขึ้น”
กลุ่มเป้าหมายของ สไปซ์ สตอรี่ จึงเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการทำอาหาร และสนใจเครื่องเทศที่มีความแปลกใหม่ รวมถึงคนที่ใส่ใจในสุขภาพ สไปซ์ สตอรี่ ตอบโจทย์ด้วยสินค้ากลุ่มซูเปอร์ฟู้ด เช่น ควินัว เมล็ดเชีย และโกจิเบอร์รี่ อีกทั้งยังมีกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชื่นชอบชาสมุนไพร โดยที่ร้านจะมีชาสมุนไพรที่รวบรวมไว้กว่า 20 ชนิด
ภัครภัสสร์ กล่าวเสริมว่า เมื่อมีโอกาสเข้ามาสานต่อธุรกิจของครอบครัว ภารกิจของตน คือ การดูแลในส่วนของการขยายธุรกิจทั้งในเรื่องของการเปิดช็อปสาขาใหม่ๆ และการดีลกับคู่ค้าต่างประเทศนำเข้าสินค้าเพื่อสร้างความหลากหลายในกับกลุ่มสินค้า รวมถึงการยกระดับแบรนด์ สไปซ์ สตอรี่ ให้สามารถแข่งขันได้ในระดับโลก จึงมองว่าจะทำอย่างไรที่จะทำให้ร้านเครื่องเทศอย่าง สไปซ์ สตอรี่ มีความทันสมัย มีความเป็นโมเดิร์น เพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่
นอกจากนี้ ยังสร้างความวาไรตี้ในตัวผลิตภัณฑ์ให้แตกต่างไปจากสินค้าเดิมของง่วนสูน โดยเน้นการพัฒนาสินค้าที่มุ่งตอบโจทย์ความต้องการใช้เครื่องเทศของคนรุ่นใหม่ที่มีมิติที่หลากหลายมากขึ้น ด้วยชนิดเครื่องเทศที่แปลกใหม่ รวมถึงการดีไซน์บรรจุภัณฑ์ด้วยรูปลักษณ์ที่สอดคล้องกับยุคสมัย และกลุ่มเป้าหมาย โดยเน้นการใช้ขวดแก้วทรงกลมเพื่อเก็บรักษาคุณภาพสินค้าไว้ให้นานขึ้น และขวดทรงกลมจะช่วยให้หยิบจับถนัดมือ เปิดง่ายใช้คล่อง หรือแม้แต่การออกแบบขนาด และจำนวนรูบนฝาขวด ก็ออกแบบมาเพื่อให้เครื่องเทศถูกเทออกมาในปริมาณที่เหมาะสมกับการใช้ในแต่ละครั้ง
“แม้จะมีหลายสิ่งที่แตกต่างกัน แต่ดีเอ็นเอของ สไปซ์ สตอรี่ ที่ได้รับการสืบทอดมาจากง่วนสูน ก็คือ ความเป็น “เครื่องเทศ” และสินค้าทางการเกษตร ในรุ่นคุณปู่เรามีร้านค้าอยู่ในตลาดเยาวราช สินค้าก็จะเป็นรูปแบบที่เหมาะกับยุคสมัยนั้น แต่ปัจจุบันเราเข้ามาอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ตก็เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ให้สามารถเข้าถึงเครื่องเทศได้ง่ายขึ้น รวมถึงการเกิดเทรนด์ของ Health Conscious และการมี Chef Table เกิดขึ้นมากมาย เด็กรุ่นใหม่อยากเป็นเชฟกันมากขึ้น มีมิชลินสตาร์ที่ช่วยสะท้อนภาพความมีเสน่ห์ของเครื่องเทศที่ถูกนำไปใช้ประกอบอาหาร”
ด้วยความที่พื้นฐานของการเป็น Asian Culture จากเดิมที่มีเพียงสินค้าในกลุ่มเครื่องเทศก็ต่อยอดไปสู่สินค้ากลุ่มใหม่ๆ เช่น ชาสมุนไพร และกลุ่มซูเปอร์ฟู้ดส์ เป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรง และเป็นกลุ่มที่ง่วนสูนไม่เคยทำตลาดมาก่อน แต่เดิมร้านง่วนสูนตั้งอยู่ในตลาดเยาวราช จึงเป็นร้านที่คนมักเข้ามาถามหาสินค้าที่หลากหลาย เมื่อมาเป็นร้าน สไปซ์ สตอรี่ คุณภัครภัสสร์ จึงดึงเอาความเป็น Region ของแบรนด์ออกมา ร้าน สไปซ์ สตอรี่ จึงเป็นเหมือน Kitchen Accessory ที่ไม่ได้มีเพียงแค่เครื่องเทศ แต่อยากได้อะไรก็มาหาเจอที่ร้าน สไปซ์ สตอรี่ เช่น กระทงใบตองแห้ง หรือใบบัวแห้งก็ยังมีขาย
สิ่งที่ง่วนสูน และสไปซ์ สตอรี่ ยังมีความเหมือนกัน คือ ระบบการบริหารงานแบบ Family Business แต่ปัจจุบันมีการปรับให้มีความทันสมัยเป็นสากลมากขึ้น เช่น การใช้โปรเฟสชันแนลเข้ามาช่วยจัดวางระบบการทำงาน รวมถึงการใช้องค์ความรู้ในกระบวนการผลิตที่ยังสืบทอดมานานกว่า 70 ปี ดังนั้นแม้ว่าพริกไทยจะมาจากแหล่งเพาะปลูกที่แตกต่างกัน แต่เมื่อได้ผ่านกระบวนการผลิตที่นี่ สินค้าที่ออกไปสู่ตลาดก็จะมีกลิ่น และรสชาติที่เป็นมาตรฐานเดียวกันตั้งแต่ยุคอดีต
จุดที่ถือเป็น Key Success ของง่วนสูนที่ สไปซ์ สตอรี่ ยังคงรักษาไว้ คือ จุดขายในความเป็นเครื่องเทศแท้ 100% แต่ของ สไปซ์ สตอรี่ จะมีกระบวนการผลิตที่มากขั้นตอนกว่า เนื่องจากมีวาไรตี้สูง และเป็นจุดที่ทำให้ สไปซ์ สตอรี่แตกต่างจากแบรนด์เครื่องเทศอื่นๆ เช่น การทำวาไรตี้สินค้าแปลกอย่างพริกไทยเย็นป่น พริกไทย 3 สี พริกที่เผ็ดที่สุด พริกซอยเป็นแว่นๆ หรือพริกซอยเป็นเส้นๆ สำหรับใส่ในสปาเกตตี ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผู้บริโภคเลือกใช้ได้อย่างตรงวัตถุประสงค์มากที่สุด