การขับเคี่ยวชิงชัยในตลาดชาเขียวระหว่างโออิชิกับอิชิตัน ถือว่าสนุกเร้าใจตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา เหตุเพราะว่าเป็นการแข่งกันระหว่างผู้ซื้อแบรนด์กับอดีตเจ้าของที่ปั้นแบรนด์ขึ้นมาเองจนรู้ไส้รู้พุงหมดว่าจะเดินไปทางไหน หรือเล่นเกมการตลาดอย่างไร
ถ้ายังนึกไม่ออก ให้ลองนึกภาพตามถึงการทำโปรโมชั่นแคมเปญย้อนหลังไปเมื่อหลายปีก่อนหน้านั้น ที่ไม่ว่าโออิชิคิดจะทำแคมเปญอะไรออกมา ก็มักจะถูกตัดหน้าด้วยโปรโมชั่นแคมเปญแนวเดียวกันออกมาเสมอ
จนทำให้เมื่อถึงเวลาหนึ่ง โออิชิ ต้องหันกลับมามองตัวเอง เพื่อจัดทัพใหม่ โดยเน้นให้ความสำคัญกับเรื่องของการทำ Branding และการจัดเอสเคยูของสินค้าใหม่เพื่อให้เหมาะสมกับช่องทางขายแต่ละช่องทาง รวมถึงมีการออกสินค้าใหม่ๆ อย่างชาผลไม้ ไม่ว่าจะเป็นองุ่นเคียวโฮ หรือชาแตงโม
การทำในเรื่องของแบรนด์นั้น จะมาภายใต้แนวคิด “มีโออิชิ ชีวิตโอจัง” ซึ่งเป็นการนำเสนอในเรื่องของ Brand Value Proposition ซึ่งเป็นการส่งมอบคุณค่าของแบรนด์ให้กับลูกค้า การออรสชาติใหม่ๆ เป็นเสมือนตัวช่วยในการ Penetrate ให้แบรนด์โออิชิเข้าหาลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ อย่างกลุ่มวัยรุ่น ผลที่ตามมาก็คือ ทำให้โออิชิกลับมามีตัวเลขการเติบโตที่ดี โดยมีส่วนแบ่งในช่วง 2 – 3 ปีก่อนหน้านี้ที่ 46% ทิ้งอิชิตันที่มีแชร์อยู่ 33% ค่อนข้างมาก
สิ่งที่โออิชิทำ ยังมีเรื่องของของการ Synergy กับบริษัทแม่คือไทยเบฟในเรื่องของการจัดจำหน่าย ซึ่งการมีเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่ง รวมถึงการมีเอเย่นต์ที่จัดจำหน่ายสินค้าให้กับไทยเบฟ ทั้งเหล้า เบียร์ โซดา และน้ำ เข้ามาช่วยเติมเต็มในเรื่องของการกระจายสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ