โดยมั่นใจปี 2560 จะสามารถดำเนินงานได้ทะลุเป้าเบี้ยประกันภัยรับรวม 7,200 ล้านบาท ด้วยแผนกลยุทธ์หลักของบริษัทฯ โดยช่องทางการลงทุนมีการบริหารการลงทุนโดยคำนึงถึงความเสี่ยงจากการลงทุนเป็นสำคัญ ซึ่งสัดส่วนของการลงทุนส่วนใหญ่จะอยู่ในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น พันธบัตรรัฐบาล ตราสารหนี้เอกชน สลากออมสิน เป็นสัดส่วนเกือบ 80% ที่เหลืออีก 15% เป็นการลงทุนในกอง Property Fund และ Infrastructure Fund ที่ได้ผลตอบแทนสูงกว่าตราสารหนี้ โดยมีการลงทุนในหุ้นอยู่ประมาณ 2% ในขณะที่การบริหารทรัพยากรบุคคลอยู่ภายใต้กรอบนโยบาย Small but mighty การใช้ทรัพยากรในจำนวนที่น้อยแต่มากด้วยความสามารถ เมื่อ 5 ปีก่อน ( พ.ศ.2555 ) ทิพยประกันชีวิตใช้พนักงานจำนวน 100 คน รองรับเบี้ย 1,600 ล้านบาท ซึ่งในปัจจุบันพนักงานของเรามีจำนวนไม่ถึง 150 คน ในการทำเบี้ยเกือบ 3,000 ล้านบาท และผมมั่นใจในศักยภาพคนของเราว่าสามารถรองรับการขยายตัวของเบี้ยตามเป้าที่ตั้งไว้ 7,200 ล้านบาทในสิ้นปีนี้แน่นอน เมื่อจำนวนคนมีน้อยเรื่องระบบจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญเราลงทุนเพื่อพัฒนาระบบ IT ในการสร้างหลังบ้านให้แข็งแกร่ง รวมไปจนถึงตื่นตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีสู่ภาคอุตสาหกรรม การเตรียมความพร้อมรองรับการขยายงานด้าน Digital Marketing และการเปิดช่องทางการขาย Bancassurance ผ่านธนาคารออมสิน ที่คาดว่าจะสามารถสร้างเบี้ยในครึ่งปีหลังได้ 1,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ ได้มีการปรับโครงสร้างช่องทางขายเพื่อให้ทันต่อตลาดในปัจจุบัน โดยมีความไว้วางใจให้คุณศุภชัย จงศุภวิศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด ที่สร้างผลงานนำพาช่องทาง MRTA เข้าสู่อันดับ 1 ในอุตสาหกรรมในปีนี้ มาดูแลช่องทางขายทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นช่องทางประกันสถานบัน, ประกันกลุ่ม, Bancassurance รวมไปถึงช่องทางสามัญ ภายใต้หลักการการทำตลาดเชิงรุกแบบบูรณาการ
อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมประกันชีวิตไทย ยังมีอัตราการเติบโตที่สูงอยู่มาก และมีแนวโน้มในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยได้แรงหนุนจากหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนของภาครัฐ สู่การเป็น “Digital Insurance” รวมไปถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษี ในขณะเดียวกันประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพ และตื่นตัวกับค่ารักษาพยาบาลที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ไปจนถึงการเข้าถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทำให้ผู้คนมีอายุที่ยืนยาวนำไปสู่สังคมผู้สูงอายุในอนาคตที่จะถึง"
นพพร กล่าวสรุปว่า “ผลกำไรในครึ่งปีแรกนี้ ส่งผลให้เราสามารถคาดการณ์ตลาดในครึ่งปีหลังและปีหน้าได้อย่างแน่นอน ถึงแม้เศรษฐกิจของประเทศจะผันผวนตามปัจจัยต่างๆ ทั้งภาวะเศรษฐกิจและการเมืองจากภายนอกและภายในประเทศ แต่เรามั่นใจว่าสามารถทำเป้าสิ้นปีนี้ให้เติบโตได้ร้อยละ 20 และเปิดช่องทาง Bancassurance เพื่อให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างแน่นอน”