ก่อนหน้านั้น มีการมองกันว่า Netflix จะเข้ามาส่งผลกระทบต่อตลาดโรงหนัง หรือเข้ามาดิสรัปท์เรา แต่เมื่อผ่านมาถึงตอนนี้ พบว่า ธุรกิจโรงหนังไม่ได้รับผลกระทบจากการเข้ามาของ Netflix เพราะยังมีการเติบโตของยอดผู้ชมอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงที่ผ่านมา อย่างในปีนี้ คาดว่าเมเจอร์จะมียอดการขายตั๋วอยู่ที่ 40 ล้านใบ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่มีตัวเลขอยู่ที่ 38 ล้านใบ สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ก็คือ เมเจอร์เองกำลังจะดิสรัปท์ Netflix ซึ่งการดิสรัปท์ในที่นี้จะหมายถึงการที่เขาเข้ามาจับมือกับเราและใช้เมเจอร์เป็น 1 ในพันธมิตรในการทำตลาดของเขา ไม่ว่าจะเป็นการใช้โรงหนังของเราเป็นที่เปิดตัวหนังใหม่ของเขา หรือ อย่างในปีนี้ Netflix เองก็เข้ามาซื้อหนังไทยของเมเจอร์ไปฉาย โดยมีราคาสูงสุดต่อเรื่องถึง 1 แสนเหรียญสหรัฐ”
วิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) ที่กล่าวในประเด็นที่หลายคนต่างมองกันว่า การเกิดขึ้นของความบันเทิงในบ้านที่เป็นสตรีมมิ่ง จะเข้ามาส่งผลกระทบต่อการออกไปชมภาพยนตร์ของคนไทย ซึ่งวิชา บอกว่า สิ่งสำคัญที่ยังคงทำให้คนออกมาดูหนังที่โรงหนังก็คือ การสร้างประสบการณ์ความบันเทิงในรูปแบบใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของฮาร์ดแวร์หรือตัวโรงหนังที่มีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้ หรืออย่างตัวซอฟต์แวร์หรือหนัง ที่ปัจจุบันผู้ผลิตหนังจากฮอลลี่วู้ด มีการเลือกให้โรงหนังเป็นวินโดว์แรกในการฉายหนัง และต้องรอระยะเวลาถึง 12 เดือน จึงจะเข้ามาฉายในวินโดว์ที่ 2 อย่างสตรีมมิ่งของค่ายต่างๆ
“เราต้องทำให้คนที่มาดูหนังแล้วมีความสุข เรื่องของความสะดวกสบายในการมาดูหนังที่โรงจึงเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งเราทำให้ทุกอย่างเข้าไปอยู่ในโมบายที่พวกเขาไม่ต้องเสียเวลามาเข้าแถวซื้อตั๋วที่หน้าโรง เพราะทุกอย่างจัดการได้บนมือถือผ่านแอพพลิเคชั่นของเมเจอร์ ที่ไม่เพียงจะมีแค่เรื่องของการดูหนัง แต่ยังยังสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เป็นเรื่องของเอนเตอร์เทนเม้นต์ให้กับพวกเขาได้ แอพพลิเคชั่นของเมเจอร์ที่ปัจจุบันมีคนดาวน์โหลด 10 ล้านดาวน์โหลด และแอคทีฟประมาณ 3 ล้าน สามารถเชื่อมต่อไปยังเรื่องของความบันเทิงอื่นๆ ของพันธมิตรของเราได้ด้วย”
หัวใจสำคัญอีกอย่างที่จะทำให้คนยังออกมาดูหนังที่โรงก็คือ การมีเครือข่ายสาขาของโรงหนังครอบคลุมทุกพื้นที่ ซึ่งเมเจอร์มีการวางแผนที่จะขยายโรงหนังให้ครอบคลุม 77 จังหวัด มีโรงหนังครอบคลุมทั้งในประเทศและต่างประเทศ 1,200 โรง ภายในปี 2025 จากปัจจุบันที่มีโรงหนังกระจายอยู่ใน 60 จังหวัด ภายในสิ้นปี 2019 เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จะมีสาขารวมทั้งสิ้น 169 สาขา 810 โรง 183,958 ที่นั่ง แยกเป็น สาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 46 สาขา 355 โรง 80,468 ที่นั่ง สาขาในต่างจังหวัด 115 สาขา 416 โรง 95,041 ที่นั่งสาขาในต่างประเทศ 8 สาขา 39 โรง 8,449 ที่นั่ง โดยในปี 2020 มีแผนที่จะเปิดเพิ่มอีก 30 โรงอาทิ เมเจอร์ ซีนีมา โลตัส หาดใหญ่ สงขลา, เมเจอร์ ซีนีมา Mark 4 แพร่, เมเจอร์ ซีนีมา โลตัส พะเยา, เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ โลตัส นิคมบางกะดี ปทุมธานี, เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ โลตัส สมุทรปราการ, เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ บิ๊กซี ยะลา, เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ บิ๊กซี มหาชัย 2 สมุทรสาคร