โดยวางราคาเปิดตัวเริ่มต้นที่ 99,800 บาท และ 109,800 บาท ในรุ่น ABS ส่วนรุ่นตกแต่งพิเศษมีทั้งหมด 3 รุ่นด้วยกัน คือ CB150R Street Café ผลิตจำนวนจำกัด 500 คัน ราคาเริ่มต้น 135,200 บาท รุ่น CB150R Scramble Café ผลิตจำนวนจำกัด 1,000 คัน ราคาเริ่มต้นที่ 118,400 บาท และรุ่น CB150R Moriwaki Edition มีกำหนดส่งมอบรถตั้งแต่เดือนตุลาคม เป็นต้นไป
ปัจจุบัน เอ.พี.ฮอนด้า มีผลิตภัณฑ์ทำตลาดอยู่ 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มรถครอบครัว (Family) กลุ่มรถเอ.ที. (AT) กลุ่มรถสปอร์ต (Sports) กลุ่มรถออน-ออฟ (On-Off) และกลุ่มบิ๊กไบค์ (Big Bike) โดยเฉพาะกลุ่มรถสปอร์ตที่ก่อนหน้านี้ฮอนด้าทำตลาดอยู่ด้วยรุ่น MSX125SF, CBR150R และ CBR300R ซึ่งการเปิดตัว Honda CB150R Exmotion ที่เพิ่มลูกเล่นใหม่ด้วยเทคโนโลยีระดับบิ๊กไบค์ จึงเสมือนเป็นการสร้างประสบการณ์การขับขี่ในรูปแบบบิ๊กไบค์ให้กับกลุ่ม New Entry ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญในการขยับขึ้นไปขับบิ๊กไบค์ที่มีขนาดเครื่องยนต์ 400 - 500 ซีซี ขึ้นไปในอนาคต
ในขณะที่ตลาดรถกลุ่มบิ๊กไบค์ยังคงมีอัตราการเติบโตที่ต่อเนื่อง โดยในช่วงครึ่งปีแรก(ม.ค.- ก.ค.) ตลาดบิ๊กไบค์มียอดจำหน่ายอยู่ที่ 17,098 คัน แบ่งเป็นฮอนด้าบิ๊กไบค์อยู่ที่ 7,234 คัน โดยเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ฮอนด้าคาดการณ์ว่า ตลาดรวมบิ๊กไบค์จะอยู่ที่ 27,000 คัน และฮอนด้าจะมียอดขายอยู่ที่ 10,500 คัน แต่ด้วยสถานการณ์ที่ค่อนข้างเป็นบวก ฮอนด้าจึงได้มีการปรับเป้าการขายเพิ่มขึ้นเป็น 11,600 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาด 43%
จนถึงสิ้นปีนี้ เอ.พี.ฮอนด้า ยังมีรถรุ่นใหม่ที่เตรียมจะเปิดตัวอีก 2 รุ่น ซึ่งฮอนด้าแย้มไอเดียออกมาแล้วว่า จะเป็นรถในกลุ่มรถครอบครัว และรถพรีเมียมเอ.ที. มาติดตามดูกันต่อไปว่า คุณพ่อแห่งอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์ไทยรายนี้ จะนำเทคโนโลยีไม้เด็ดด้านใด มาใช้เป็นลูกเล่นเพื่อสร้างยอดขายเป็นการทิ้งทวนก่อนปิดปี 2560
ตัวเลขตลาดรถจักรยานยนต์ปี 2560
ตลาดรวม 1.85 ล้านคัน
ฮอนด้า (เป้าหมายการขาย) 1.46 ล้านคัน
ส่วนแบ่งจากตลาดรวม 78%
ตลาดรวมบิ๊กไบค์ 2.7 หมื่นคัน
ฮอนด้าบิ๊กไบค์ 1.16 หมื่นคัน
ส่วนแบ่งตลาดบิ๊กไบค์ 43 %