“สวัสดีจ้า เด็กๆ” เสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็กๆ และวัยรุ่น อายุระหว่าง 8-20 ปี รวมกว่า 30 คนจากโรงเรียนยานุส คอร์ซัค แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งตั้งอยู่ในชุมชนคลองเตย เริ่มเงียบลงเมื่อได้ยินเสียงกล่าวทักทายสดใสจากครูเหมียว หรือ สยุมพร เหล่าวชิระสุวรรณ พร้อมด้วยทีมซีเอสอาร์ จากบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ ไอวีแอล ซึ่งวันนี้มารับบทคุณครูพี่เลี้ยงสอนเด็กๆ ให้รู้จักเกี่ยวกับชนิดของพลาสติก การคัดแยกขยะพลาสติก PET ใช้แล้ว เพื่อนำไปสู่กระบวนการรีไซเคิลได้อย่างถูกต้อง โดยมี มาดาม เอวา ดูบันยอฟสก้า ภริยาเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐโปแลนด์ ประจำประเทศไทย ในฐานะผู้ให้การสนับสนุนโรงเรียนยานุส คอร์ซัค แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นโรงเรียนภายใต้การดูแลของมูลนิธิเมอร์ซี่ หรือมูลนิธิส่งเสริมการพัฒนาบุคคล และคุณครูมาร่วมต้อนรับและทักทายอย่างเป็นกันเอง
มูลนิธิเมอร์ซี่ ได้ก่อตั้งโรงเรียนยานุส คอร์ซัค ในปี พ.ศ. 2547 เพื่อเปิดการเรียนการสอนสำหรับเด็กซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กที่ด้อยโอกาสในชุมชนคลองเตย หลายคนไม่เคยได้เข้าโรงเรียนมาก่อน หลายคนไม่สามารถเข้าเรียนในระบบปกติได้ เนื่องจากเป็นเด็กพิเศษที่ระบบการเรียนการสอนปกติไม่สามารถดูแลช่วยเหลือเขาได้ เช่น เด็กสมาธิสั้น เด็กที่อายุเกินระดับชั้นเรียน และไม่เคยเข้าโรงเรียนมาก่อน รวมถึงเด็กที่มีปัญหาด้านสุขภาพ มูลนิธิฯ จึงเปิดโอกาสให้เด็กในชุมชนได้เรียนและสามารถปรับระดับการเรียน และเพิ่มทักษะพื้นฐาน เพื่อให้พวกเขาสามารถไปต่อได้ โดยใช้พื้นที่ชั้น 3 ของอาคารมูลนิธิฯ ที่คลองเตย เพื่อทำการเรียนการสอน ซึ่งปัจจุบันมีนักเรียนในความดูแลจำนวนประมาณ 40 คน
“โรงเรียนเล็กๆ แห่งนี้ และเด็กๆ ที่นี่ มีความหมายสำหรับเรามาก ชื่อของโรงเรียนถูกตั้งตามชื่อ ดร.ยานุส คอร์ซัค แพทย์ชาวโปแลนด์ เชื้อสายยิว ท่านเป็นครูที่อุทิศตนสอนเด็กกำพร้าชาวยิวในกรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ ซึ่งได้เสียชีวิตในช่วงสง ครามโลกครั้งที่ 2 และท่านได้กลายเป็นผู้นำต้นแบบสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าสมัยใหม่เข้ามาใช้ เน้นการสอนจริยธรรม และเน้นเรื่องสิทธิของเด็กมาตั้งแต่ตอนนั้น” มาดาม เอวา เล่า “และเมื่อเร็วๆ นี้ มูลนิธิฯ ได้ริเริ่มโครงการ 3Rs คือ รีไซเคิล (recycle) ลดการใช้ (reduce) และการนำมาใช้ซ้ำ (reuse) เราจึงอยากให้เด็กๆ ได้มีกิจกรรมการเรียนรู้ การเวิร์คช้อป หรือการริเริ่มกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการรีไซเคิลขยะพลาสติก ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับเด็กๆ ต่อไปในอนาคต” มาดามกล่าว ก่อนเฝ้ามองครูเหมียวสอนเด็กๆ ถึงประเภทของขยะในชั้นเรียน
“น้องๆ รู้มั้ยคะว่า ขยะในประเทศไทยของเรามีอะไรบ้าง” ครูเหมียวถาม เด็กๆ เซ็งแซ่ช่วยกันตอบ “เศษอาหารเหลือครับ” “เสื้อผ้าไม่ใช้แล้วค่ะ” “กระดาษและสมุดที่เขียนหมดแล้ว” และอีกมากมายที่น้องๆ ช่วยกันตอบ แต่ครูเหมียวก็สรุปให้ว่า “ขยะสามารถแยกออกได้ 4 ประเภทนะคะ หนึ่ง เป็นขยะอินทรีย์ที่สามารถย่อยสลายได้ เช่น เศษอาหาร เศษใบไม้ เศษหญ้า สองคือขยะรีไซเคิล เช่น ขวดพลาสติก แก้ว กระดาษ โลหะ อะลูมิเนียม สามคือ ขยะอันตรายหรือของเสียอันตรายจากชุมชน เช่น ถ่านไฟฉาย หลอดไฟ แบตเตอรี่ กระป๋องสเปรย์ และสุดท้ายคือ ขยะทั่วไป เช่น กล่องโฟม หรือ กล่องอาหารที่ปนเปื้อนคราบอาหาร ซองขนม ซองลูกอม รวมไปถึงช้อนส้อมแก้วกาแฟพลาสติกที่เปื้อนแล้ว ซึ่งเวลาที่เราจะเลือกทิ้งในถังขยะแบบไหนให้ถูกต้อง สามารถดูได้จากสีของถัง หรือสัญลักษณ์ที่ติดไว้ที่ถังนะคะ”