AI แทนที่มนุษย์ – ประสบการณ์ไม่มีความหมาย
ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันเทคโนโลยี AI : Artificial Intelligence เข้ามามีบทบาทอย่างมากในชีวิตประจำวัน มาทดแทนการทำงานหลายสาขาอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นนักการเงินที่เคยมีบทบาทด้านการลงทุน ด้วยความสามารถด้านการจดจำข้อมูลย้อนหลังนานนับ 10 ปี รวมถึงเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้มากกว่า อีกทั้งปราศจากอคติในการทำงาน เป็นข้อดีที่มนุษย์ไม่มี นอกจากนี้ สิ่งที่เคยเป็นจุดเด่นของมนุษย์ คือ ประสบการณ์ ที่สะสมมายาวนานกว่า 70 ปี ปัจจุบันมองว่านำมาปรับใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้แล้ว เนื่องจากโลกยุคนี้เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
“ดังนั้น เด็กไทยควรได้รับการพัฒนาด้านต่างๆ เพื่อดึงศักยภาพและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระดับนานาประเทศ โดยเฉพาะการแข่งขันกับเด็กสิงคโปร์ ที่ในอดีตเด็กไทยเคยถูกสอนมาว่าสู้เด็กจากประเทศนี้ไม่ได้”
อธิการบดี สจล. ยกตัวอย่างให้เห็นเป็นรูปธรรมว่า ปัจจุบันเด็กไทยมีความรู้และความสามารถหลายๆ ด้าน จะเห็นได้จากนักเรียนจากโรงเรียนสาธิตพระจอมเกล้าลาดกระบัง วัยเพียง 10 ปี เขียนโปรแกรม Blockchain AI ควบคุมหุ่นยนต์ได้แชมป์โลก มีเด็กไทยที่ได้รับการสนับสนุนจากที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ร่วมการแข่งขัน Google Science Fair ประดิษฐ์เครื่องช่วยฟังสำหรับผู้พิการทางการได้ยิน แสดงให้เห็นว่าเด็กไทยมีความรู้และความสามารถไม่แพ้เด็กชาติใดในโลก
“ทุกวันนี้เด็กยุคใหม่ๆ ทั่วโลก ไม่ได้สนใจที่ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยแล้ว เพราะรู้สึกว่าไม่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต บางคนจบวิศวะก็ไปปลูกผักขาย หรือไปขายเสื้อผ้าออนไลน์ เพราะสร้างรายได้ที่ดีกว่า หากธุรกิจนั้นได้รับการยอมรับ เพราะฉะนั้นทุกวันนี้ไม่ใช่ยุคที่คนจะมาเรียนเพื่อเป็นด๊อกเตอร์หรือศาสตราจารย์ต่อไปแล้ว”