ร้านอาหารจะปรับตัวอย่างไร ถ้าพรุ่งนี้คนไม่ออกมากินนอกบ้าน แต่สั่งผ่าน Food Delivery แทน?
เชื่อว่าหลายคนคงเห็นเทรนด์การเติบโตของธุรกิจสั่งอาการผ่าน Platform กันมาบ้างแล้ว
การเปลี่ยนแปลงของธุรกิจร้านอาหารนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคอันเป็นผลมาจาก Digital Disruption ที่ยังคงสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดยั้งในหลายอุตสาหกรรม
จนหลายคนกล่าวว่า “วันนี้ถ้ายังไม่เริ่มปรับตัว ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจใด ถือว่าไม่ทันแล้ว”
ไม่นานมานี้มีผลสำรวจ “Make Your Wise Pivot to the New” ที่น่าสนใจชุดหนึ่งจัดทำขึ้นโดย Accenture โดยมีการรวบรวมข้อมูลจากการสำรวจผู้บริหารระดับสูง 1,440 ราย ครอบคลุม 11 อุตสาหกรรม ใน 12 ประเทศ
ผลสำรวจมีประเด็นที่น่าสนใจก็คือ “ธุรกิจส่วนใหญ่ใน Asean เน้นบริหารแบบ Reactive มากกว่า Proactive”
โดยตัวเลขจากผลสำรวจชุดนี้ ได้รายงานว่า มีเพียง 38% ของธุรกิจในอาเซียนมีการวางแผนการปรับเปลี่ยนองค์กรแบบ Proactive ขณะที่ 62% ยังอยู่ในโหมด Reactive คือ ต้องรอให้เกิดปัญหาก่อนถึงคิดที่จะแก้ไข ขณะที่ตัวเลขเฉลี่ยของทั่วโลกนั้น 72% ปรับตัวเองไปอยู่ในหมวด Proactive แล้ว
เป็นค่าตัวเลขต่างกันมากมาย...
ส่วนเหตุผลหลักที่บริษัทส่วนใหญ่มีความคิดแบบ Reactive นั้นมาจากผลสำรวจอธิบายว่า บริษัทส่วนใหญ่ยังยึดติดกับธุรกิจหลักที่เป็น Core Business หรือพูดได้ว่ายังไม่กล้าที่จะก้าวออกจาก Comfort Zone ของตัวเอง โดยพบว่า 75% ของบริษัทในอาเซียนยังคงมีรายได้เกิน 75% จากธุรกิจหลัก และมีบริษัทเพียง 1 ใน 3 ที่ก้าวออกไปหาธุรกิจใหม่ มีเพียง 6% ในอาเซียนที่คาดว่ารายได้จากธุรกิจใหม่ๆ จะเพิ่มขึ้นเกิน 50% ของรายได้ทั้งหมด ขณะที่ตัวเลขความคาดหวังเฉลี่ยทั่วโลกนั้นอยู่ที่ 54%
มาที่หัวข้อความสามารถในการลงทุนเพื่อการสร้างธุรกิจใหม่ ก็ยังพบว่ามีตัวเลขที่ตามหลังค่าเฉลี่ยทั่วโลกเช่นกัน ตัวอย่าง เช่น มีเพียง 33% ที่บอกว่ามั่นใจในการทรานส์ฟอร์มองค์กร ขณะที่ตัวเลขทั่วโลกอยู่ที่ 49%