บริษัท Toys "R" Us Inc. ยักษ์ใหญ่ในธุรกิจขายของเล่นของโลก ได้ยื่นขอล้มละลายเนื่องจากมีภาระหนี้สินจากการซื้อสินค้ามามากกว่าหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา ขณะที่ไม่สามารถดึงลูกค้าที่หนีไปใช้บริการอีคอมเมิร์ซช็อปปิ้งออนไลน์ที่มีราคาที่ต่ำกว่าและสะดวกสบายในการช็อปปิ้งมากกว่า ไว้ได้
บริษัทได้ยื่นเอกสาร Chapter 11 ในวันจันทร์ที่ผ่านมาที่ศาลล้มละลายในเมืองริชมอนด์ รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐ บริษัทได้จัดหาเงินทุน 3 พันล้านดอลลาร์ ในการจัดหาเงินทุนของผู้ครอบครองทรัพย์เพื่อให้อยู่ในสถานะเปิดขณะที่มีการปรับโครงสร้างบริษัทใหม่ ตามคำแถลงของ Toys "R" Us
การยื่นล้มละลายของ Toys "R" Us เป็นผลกระทบรุนแรงอันเกิดจากการเติบโตขยายตัวของธุรกิจอีคอมเมิร์ซยักษ์ ที่กระทบต่ออุตสาหกรรมค้าปลีกในรูปแบบร้านค้าแบบดั้งเดิม (brick-and-mortar) ที่ทำให้ต้องปิดร้านค้า และการเดินเข้าช็อปปิ้งในห้างสรรพสินค้าที่ซบเซา อันเกิดจากการคุกคามของ Amazon.com Inc. ซึ่งทำให้ผู้ค้าปลีกแบบดั้งเดิมรายใหญ่หลายราย ได้ยื่นขอความคุ้มครองเจ้าหนี้ในปีนี้รวมถึง Payless Inc., Gymboree Corp., และ Perfumania Holdings Inc. ซึ่งทั้งหมดนี้กำลังใช้กระบวนการใน Chapter 11 เพื่อปิดร้านแบยดั้งเดิมที่มีประสิทธิภาพต่ำกว่า และขยายการดำเนินงานแบบออนไลน์
ในส่วนของธุรกิจของเล่นของ Toys "R" Us หนี้สินส่วนใหญ่เกิดจากการกู้ยืมเงินจำนวน 7.5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2005
CEO, David Brandon ได้เข้ามาบริหารกิจการ Toys "R" Us ในปี 2015 เขาพยายามทำให้การช็อปปิ้งของเล่นในห้างฯมีความสนุกสนานมากขึ้น เมื่อปีที่แล้วเขาได้กำหนดวิสัยทัศน์ของเด็ก ๆ ว่า "พาพ่อแม่ไปที่ร้านของเราเพราะพวกเขาอยากเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น"
Toys "R" Us ได้จัดรายการ "Hot Toy Finder" ซึ่งจะบอกลูกค้าว่าที่ใดในร้านที่สามารถค้นหาสินค้าที่แสดงในรายการ "Holiday Hot Toy List" ซึ่งเป็นรายการสินค้าที่มีรายชื่อ 50 ของเล่นสุดฮ็อตมากที่สุดในรอบ 20 ปี ในราคาที่เหมาะสมและผ่อนจ่ายโดยไม่มีดอกเบี้ย
ขณะที่สิ่งที่ Brandon ทำมีความก้าวหน้าได้ช่วยลดภาระหนี้สินบางส่วน แต่ในท้ายที่สุดเขาก็ไม่สามารถฟื้นความมั่งคั่งของธุรกิจได้ บริษัทรายงานผลขาดทุนสุทธิ 164 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่สิ้นสุดวันที่ 29 เมษายน 2017 เทียบกับการขาดทุนสุทธิ 126 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีก่อน และไม่ได้แสดงผลกำไรประจำปีตั้งแต่ปี 2013
Toys "R" Us จำหน่ายสินค้าของเล่น และสินค้าสำหรับเด็กทารกในร้านค้าที่ใช้ชื่อ Toys "R" Us และ Babies "R" Us กว่า 1,500 สาขาทั่วโลก และขายผ่านทางเว็บไซต์ต่างๆเช่น Toysrus.com และ Babiesrus.com
Cr : Bloomberg