กรมศุลกากร จับมือ บริษัท เคอรี่ สยามซีพอร์ต จำกัด ร่วมกันเปิดตัว ระบบ Auto Matching ผ่านระบบการเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียว (National Single Window: NSW ) เพื่อลดขั้นตอนการส่งมอบตู้สินค้าที่ท่าเรือ จากเดิม 2 นาที เหลือเพียง 10 วินาที สำหรับรองรับตู้สินค้าส่งออกกว่า 100,000 ตู้ต่อเดือน เป็นท่าเรือเอกชนแห่งแรกในประเทศไทย
ชูชัย อุดมโภชน์ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากรกล่าวว่าจากนโยบายการเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์( National Single Window : NSW ) ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระบวนการนำเข้า และ ส่งออกสินค้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ ในการตรวจสอบใบอนุญาต และใบรับรองต่างๆ ทางอิเล็กทรอนิกส์ ก่อนการตรวจปล่อยสินค้า ระบบนี้จะทำหน้าที่ ประสานกิจกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์กับองค์กรที่เกี่ยวข้องได้อัตโนมัติ ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องเดินทางไปติดต่อกับหน่วยงานต่างๆ ด้วยตัวเองกรมศุลกากร โดย สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง (สทบ.) สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (สทส.) จึงได้ร่วมมือกับ บริษัท เคอรี่ สยามซีพอร์ต จำกัด ศึกษาพัฒนาระบบการจัดการการขนส่งสินค้าขาออก โดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการควบคุมการบรรทุกสินค้าโดยระบบตู้คอนเทนเนอร์ นอกเขตทำเนียบท่าเรือ (Inland Container Depot : ICD) ณ ประตูตรวจสอบสินค้า (Gate) ภายในท่าเรือ และโรงพักสินค้า ของ ท่าเทียบเรือ เคอรี่ สยามซีพอร์ต เพื่อเป็นการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง และพัฒนาระบบการควบคุมการส่งออกสินค้า สำหรับท่าเรือที่ไม่ได้ตั้งในเขตท่าเรือแหลมฉบังให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และแก้ปัญหากระบวนการทำงานเดิมที่มีความล่าช้าและไม่รองรับต่อปริมาณงานที่เพิ่มมากขึ้น
จากการทดสอบระบบ Auto Matching ผ่าน NSW ทั้ง 9 ครั้ง ครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2560ผลการทดสอบสามารถตัดบัญชีใบกำกับฯ ได้โดยอัตโนมัติตามเป้าหมายและสมบูรณ์ ตรงตามวิสัยทัศน์ของกรมศุลกากร และเป็นไปตามแนวปฏิบัติขององค์การศุลกากรโลก กรมศุลกากรวางแผนว่าจะพัฒนาโครงการต่อเนื่อง และจะนำระบบเทคโนโลยี AutoMatchingผ่าน NSW ไปใช้ที่ท่าเรือเอกชนรายอื่นๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบเพื่อเพิ่มศักยภาพในการขนส่งสินค้าขาออกโดยตู้คอนเทนเนอร์ต่อไป
เกล็ดชัย เบญจอาธรศิริกุลกรรมการบริหาร-กลุ่มลุ่มแม่น้ำโขง บริษัท เคอรี่ สยามซีพอร์ต จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันระบบ โลจิสติกส์ ทางทะเล ได้รับการพัฒนาไปมากสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการให้ข้อมูลการนำเข้าส่งออกต่างๆ สามารถเชื่อมโยงกัน และตรวจสอบได้ เพื่อเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการทำงานให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ท่าเทียบเรือ เคอรี่ สยามซีพอร์ต มีความภูมิใจ ที่ได้รับเลือกให้เป็นท่าเรือเอกชนรายแรกในประเทศไทย ในการเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมศุลกากรผ่านระบบ NSW และเป็นท่าเรือเอกชนแห่งแรกในประเทศไทยที่ทำระบบ Auto Matching ร่วมกับกรมศุลกากรได้สำเร็จ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ส่งออกสินค้าไทยไปต่างประเทศ โดยระบบนี้ จะช่วยลดขั้นตอนการส่งมอบตู้สินค้าที่ท่าเรือทำให้ใช้เวลาน้อยลงไป 92% คือ จากเดิม 2 นาที เหลือเพียง 10 วินาทีเท่านั้น ทั้งยังเปิดให้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ลดเวลาการรอของผู้ประกอบการขนส่งทางรถ ลดเวลาการรอของรถบรรทุกตู้สินค้าที่จะเข้าท่าเรือและ ลดความแออัดของจราจรหน้าท่าเรือ จึงทำให้ผู้ประกอบการขนส่งทางรถ สามารถใช้รถได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นทำรอบรับงานได้มากนับได้ว่าเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย และเป็นการพัฒนาโลจิสติกส์ของประเทศไทยโดยรวม ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของรัฐบาล
ด้าน วิโชติ สัมพันธรัตน์ผู้อำนวยการฝ่ายปฎิบัติการคอนเทนเนอร์บริษัท เคอรี่ สยามซีพอร์ต จำกัด เปิดเผยถึงการทำงานของ ระบบ Auto Matching ผ่าน NSWว่า แต่เดิมนั้น ผู้ส่งออก ทำการบรรจุสินค้าเข้าตู้คอนเทนเนอร์ พร้อมทั้งจัดทำข้อมูลใบกำกับการขนย้ายสินค้าเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากร (e-Customs) พนักงานขับรถบรรทุกตู้สินค้านำใบกำกับฯ เข้าสู่ประตูตรวจสอบสินค้า (Gate) ภายในท่าเรือเคอรี่ สยามซีพอร์ต จากนั้นพนักงานจะตรวจสอบข้อมูลน้ำหนักจริง และออกใบชั่งน้ำหนัก (EIR Weight) แนบมากับใบกำกับฯ ส่งมอบให้พนักงานขับรถนำมายื่นให้กับเจ้าหน้าที่ศุลกากรเพื่อบันทึกน้ำหนัก และเลขที่ใบกำกับเข้าสู่ระบบของกรมศุลกากรเพื่อตัดบัญชีใบกำกับ (Manual Matching) ระบบของกรมศุลกากร (e-Customs) จะประเมินผลว่าเป็น Green หรือ Red (ในกรณีคำสั่งเป็น Green เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะแจ้งให้พนักงานขับรถนำตู้เข้าสู่ท่าเรือเคอรี่ สยามซีพอร์ตเพื่อรอการส่งออก ในกรณีที่เป็น Red พนักงานขับรถจะต้องนำตู้สินค้าไปตรวจสอบโดยเครื่องเอกซเรย์ต่อไป)
ระบบการตัดบัญชีใบกำกับการขนย้ายสินค้าอัตโนมัติ (Auto Matching System) จึงได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่เมื่อรถบรรทุกเข้ามาถึงประตูตรวจสอบสินค้า (Gate) พนักงานเคอรี่ สยามซีพอร์ตของบริษัทฯ จะค้นหาข้อมูลหมายเลขตู้สินค้าในระบบ NSW และจะชั่งน้ำหนักตู้สินค้าและส่งน้ำหนัก (EIR Weight) เข้าสู่ระบบ Web Service เพื่อประเมินความเสี่ยง โดยระบบของกรมศุลกากร (e-Customs) และออกคำสั่งการตรวจเป็น Green หรือ Red กลับมาโดยอัตโนมัติ โดยพนักงานขับรถจะทราบผลคำสั่งการตรวจจากหน้าจอมอนิเตอร์ (Monitor) และนำตู้สินค้าไปดำเนินการ ตามคำสั่งการตรวจต่อไป ซึ่งเป็นการตัดบัญชีใบกำกับฯ
โดยอัตโนมัติ (Auto Matching) โดยไม่ต้องผ่านเจ้าหน้าที่ศุลกากร ทำให้ลดขั้นตอนกระบวนงานศุลกากร เป็นการอำนวยความสะดวกทางการค้าให้แก่ผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ เคอรี่ สยามซีพอร์ต เป็นท่าเรือน้ำลึกเอกชน ที่สามารถรองรับเรือขนส่งตู้สินค้าขนาดใหญ่ (SuperPostPanamax)ตั้งอยู่ใกล้กับท่าเรือแหลมฉบัง เป็นท่าเรือน้ำลึกแห่งเดียวที่ให้บริการด้วยโซลูชั่นที่ครบวงจรสำหรับ สายเรือ ผู้ส่งออกผู้นำเข้าและผู้ให้บริการโลจิสติกส์ นอกเหนือจากการให้บริการท่าเรือ แล้ว เคอรี่ สยามซีพอร์ต ยังให้บริการบรรจุสินค้าเข้าตู้สินค้า การบำรุงรักษาและซ่อมแซมตู้สินค้าคลังสินค้าการบริการขนส่งต่อเนื่องหลากหลายรูปแบบโดยรถบรรทุกรถไฟและทางเรือเป็นต้นนอกจากนี้ ท่าเรือของ เคอรี่ สยามซีพอร์ต มีระบบการจัดการที่มีคุณภาพ และได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล ISPS,ISO 9001, ISO14001, OHSAS18001, และ GMP รวมถึงการทำงานร่วมกันอย่างมุ่งมั่นในอุดมการ์ณเพื่อการให้บริการแก่ผู้นำเข้าและส่งออกอย่างดีที่สุดของกรมศุลกากร และ ท่าเทียบเรือ เคอรี่ สยามซีพอร์ต ส่งผลให้ผู้ประกอบการสายเรือ ผู้นำเข้า และส่งออก รวมถึงผู้ประกอบการขนส่ง และ CustomsBrokerได้รับการบริการที่สะดวกรวดเร็ว และ เป็นมิตรอย่างจริงใจจากเจ้าหน้าที่ทุกท่านอย่างแน่นอน