หลังจากที่คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (บอร์ดกองทุนหมู่บ้าน) ที่มีสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มีมติให้รักษ์พงษ์ เซ่งเจริญ ขึ้นดำรงตำแหน่ง ผอ.กองทุนหมู่บ้านฯคนใหม่แทนนที ขลิบทอง ที่หมดวาระลงไปนั้น
รักษ์พงษ์ ได้วางกรอบการทำงานเร่งด่วนไว้ 3 ภารกิจหลักด้วยกัน คือ
1. สร้างเน็ตเวิร์คเพื่อเชื่อมโยงสมาชิกกองทุนฯ ที่มีจำนวนสมาชิกกว่า 13 ล้านคน ให้รู้จักกันมากขึ้น เพื่อให้เกิดการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ากันเอง อันจะนำมาซึ่งการลดต้นทุนการบริหาร อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับหมู่บ้าน ซึ่งจะทำให้แต่ละหมู่บ้านสามารถพึ่งพาตนเองมากขึ้น และไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากทางภาครัฐ
การสร้างเน็ตเวิร์คครั้งนี้ จะเน้นการนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาประยุกต์ใช้ เช่น การใช้สื่อโซเชียลมีเดียเข้ามาเป็นตัวกลางในการทำความรู้จักและก่อให้เกิดการซื้อขาย ซึ่งถือเป็นการขยายตลาดไปยังช่องทางการขายใหม่อย่าง โซเชียล คอมเมิร์ซ
“สมาชิกของกองทุนหมู่บ้านฯ ปัจจุบันมีจำนวนมากกว่า 13 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นทั้งผู้ผลิตและผู้ซื้อ กองทุนฯ จะทำให้เกิดการซื้อขายระหว่างหมู่บ้านมากขึ้นผ่านเทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม่” รักษ์พงษ์ กล่าว
2. โครงการเพิ่มความรู้ให้กับสมาชิก โดยกองทุนฯ จะสนับสนุนให้สมาชิกเดินทางไปศึกษาดูงานยังหมู่บ้านที่เป็นต้นแบบการพัฒนาทั้งด้านการท่องเที่ยว และวิสาหกิจ
โครงการนี้ได้รับความร่วมมือจากธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่จะช่วยคัดเลือกหมู่บ้านต้นแบบให้สมาชิกเข้าไปศึกษาเรียนรู้เพื่อเพิ่มทักษะในการผลิตและจำหน่ายสินค้า รวมถึงเรียนรู้ทางด้านงานบริการ อาทิ โฮมสเตย์ โดยในระยะเร่งด่วนจะสร้างความเข้มแข็งเพิ่มเติมให้กับกองทุนหมู่บ้าน 79,595 กองทุนทั่วประเทศ
รักษ์พงษ์ กล่าวว่า “นอกจากชาวบ้านจะได้ความรู้แล้ว การมีโอกาสเดินทางยังสถานที่จริง จะสามารถสร้างแรงบันดาลใจในการคิดรูปแบบธุรกิจใหม่ๆได้อีกทางหนึ่ง”
3. เร่งฟื้นฟูกองทุนฯ ที่มีปัญหาประมาณ 7,000 กองทุน เพราะที่ผ่านมากองทุนเหล่านี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งปัญหาที่ตามมาก็คือ กองทุนเหล่านี้จะเสียโอกาสในการรับเงินสนับสนุนจากโครงการที่รัฐบาลจัดสรรเงินลงไป
“การแก้ปัญหาดังกล่าวคาดว่าใช้เวลา 1 เดือน เพราะสามารถหาทางออกได้หลายทาง เช่น กรณีของกองทุนที่เป็นหนี้เสียก็อาจจะให้บริษัทบริหารสินทรัพย์มาซื้อหนี้เสียออกไปบริหาร เพื่อให้กองทุนกลับสู่ในเกณฑ์มาตรฐานและเข้าร่วมโครงการต่างๆ ของรัฐบาลได้”