BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
19,940
VIEWS

โคคา-โคลา ครองใจผู้บริโภค ด้วยกลยุทธ์ Consumer Centric

ก.พ. 27, 2563

“สำหรับโค้กสิ่งสำคัญที่เราทำมาตลอดก็คือเรื่อง Consumer Centric เรามองผู้บริโภคเป็นจุดศูนย์กลาง ทำความเข้าใจกับความต้องการของผู้บริโภค มองปัญหาที่เขากำลังเผชิญอยู่ในชีวิตประจำวันแล้วดูว่าโค้กจะเข้าไปมีส่วนช่วยอย่างไรได้บ้างเราเป็นแบรนด์ระดับโลกก็จริงแต่เราเป็นแบรนด์ระดับโลกที่ทำงานเพื่อตอบสนองความต้องการของคนในระดับท้องถิ่น เรามองว่าถ้าคนไทยมีปัญหาอะไรที่เราสามารถเข้าไปช่วยได้ และตรงกับ Brand Purpose โค้กก็พยายามเข้าไปตอบโจทย์เขาในจุดนั้น” คุณกิติศักดิ์ มโนรัตนา ผู้จัดการการตลาดผลิตภัณฑ์น้ำอัดลม บริษัท โคคา-โคลา (ประเทศไทย) จำกัด อธิบายถึงกลยุทธ์ที่ถือเป็นแก่นในการทำธุรกิจของโค้กซึ่งส่งผลให้โค้กได้รับความไว้วางใจและเป็นแบรนด์ซึ่งครองใจผู้บริโภคทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทย จากผลสำรวจ Thailand’s Most Admired Brands ประจำปี 2020 ในหมวดอาหารและเครื่องดื่ม

ที่ผ่านมา Core Value ของโค้กเน้นให้ความสำคัญกับเรื่องของการสร้างความเป็น Inclusiveness และ Togetherness เพราะต้องการเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยดึงให้ทุกคนในสังคมสามารถหันหน้าเข้าหากัน อยู่รวมกันอย่างมีความสุขแม้จะอยู่บนความแตกต่างทั้งเรื่องของเพศ ภาษา การศึกษา รายได้ ดังจะเห็นได้จากแคมเปญที่โค้กทำในปีที่แล้วคือ “ยิ่งเปิดใจ ยิ่งใกล้กัน” ซึ่งโค้กต้องการเป็นตัวเชื่อมให้ทุกคนมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน ให้ทุกคนคิดบวกและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

นอกจากนี้การดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบยังมีส่วนสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคมีความรู้สึกดีต่อแบรนด์ ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญมากในการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน

“เรามองว่าธุรกิจของเราต้องรับผิดชอบต่อสังคมด้วย เรามีเป้าหมายอย่าง World Without Waste ซึ่งเราตั้งปณิธานไว้ว่าเราต้องการเก็บขวดพลาสติกคืนกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลให้ได้เทียบเท่ากับจำนวนที่เราขายออกไป100% ภายใน 10 ปีข้างหน้า เพราะเราเชื่อว่าแม้จะเป็นเรื่องของธุรกิจแต่เราก็ต้องการคืนสิ่งดีๆ ให้กับสังคมด้วยเช่นกัน เราดำเนินธุรกิจอยู่ในประเทศไทย เราก็มุ่งสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อม เราเชื่อว่านี่คือการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เราพยายามแสดงความรับผิดชอบในธุรกิจที่เราทำ”

 

รอบปีที่ผ่านมา หากมองถึงแคมเปญเด่นที่ช่วยสร้างการจดจำให้กับแบรนด์โค้กคงหนีไม่พ้นแคมเปญใหญ่อย่าง “ยิ่งเปิดใจ ยิ่งใกล้กัน” ซึ่งแคมเปญที่ได้รับการพูดถึงและได้รับการตอบรับที่ดีมากเพราะเป็นการดึงเอา Insight ของผู้คนในสังคมมาพูดถึง เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนเปิดใจและกล้าพูดเพื่อสร้างความรักและความเข้าใจให้เกิดขึ้นในทุกความสัมพันธ์

“แคมเปญนี้ก็ถือเป็นการตอกย้ำแนวคิดในการทำธุรกิจที่โค้กอยากเป็นส่วนหนึ่งที่เข้าไปช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ของคนในสังคมที่มีความสับสน ขัดแย้งในตัวเองหรือมีปัญหาในชีวิตประจำวัน เราทำการบ้านหนักมากเพื่อจะหาว่าวัยรุ่นในปัจจุบันมีปัญหาอะไรบ้าง ซึ่งสิ่งน่าเศร้าที่เราพบคือเวลาพวกเขามีปัญหา เขาไม่ไดหันกลับไปพูดคุยกับพ่อแม่แต่หันไปหา Google แทนเพราะเขารู้สึกว่าสามารถตอบปัญหาได้และไม่ตัดสินว่าเขาถูกหรือผิด แน่นอนว่า Google สามารถตอบปัญหาบางอย่างที่เขาต้องการได้แต่มันจะขาดเรื่องของอารมณ์ความรู้สึก ดังนั้นเราต้องการให้ลูกสามารถหันไปพูดคุยกับพ่อแม่ คู่รักสามารถคุยกันเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในระยะยาวโดยที่เราจะเป็นตัวช่วยหนึ่งที่ทำให้เขากล้าเปิดใจเข้าหากันแคมเปญนี้ถือว่าทำให้โค้กในฐานะของแบรนด์ระดับโลกสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้บริโภคชาวไทยตาม Brand Purpose ของโค้กที่ต้องการเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน ”

อีกแคมเปญที่โค้กทำแล้วประสบความสำเร็จในปีที่ผ่านมาคือแคมเปญที่จับมือกับ Guinness World Record สร้างสถิติต่อโต๊ะกินอาหารที่ยาวที่สุดในโลก หรือ Guinness World Records : Longest Toast Relay โค้กมองว่าการต่อโต๊ะกินอาหารร่วมกันเป็นการสร้างความเชื่อมโยงของคน เราสื่อสารภายใต้แคมเปญ “เปลี่ยนมื้อธรรมดา เป็นช่วงเวลาพิเศษ” เนื่องจากในสังคมไทยมื้ออาหารเป็นมากกว่าการกินให้อิ่มท้องแต่เป็นเวลาที่คนจะเชื่อมความสัมพันธ์กับเพื่อน ครอบครัว คนรัก หรือแม้กระทั่งคนที่ไม่รู้จัก บางครั้งอาจจะมีอะไรที่สามารถต่อกันติดได้ในมื้ออาหารมื้อหนึ่ง

“โค้กต้องการที่จะเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้คนให้ได้มากที่สุด ดังนั้นอะไรที่จะทำให้เราเข้าไปสร้างประสบการณ์ร่วมกับผู้บริโภคได้เราก็อยากทำ กิจกรรม Longest Toast Relay ซึ่งอยู่ในเทศกาลดนตรีสุดยิ่งใหญ่ โคคา-โคลา พรีเซนต์ สยาม มิวสิก เฟสติวัล 2019 เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เราสามารถมีส่วนร่วมกับผู้บริโภคได้อย่างแยกกันไม่ออก อย่างที่ทราบมาตลอดว่า โค้กกับเรื่องของดนตรีและอาหารเป็นสิ่งที่อยู่คู่กันมาตลอด

งานเทศกาลดนตรี โคคา-โคลา พรีเซนต์ สยาม มิวสิก เฟสติวัล ถือเป็นเทศกาลดนตรีกลางกรุงเทพฯ ครั้งที่ 2 ของโค้กซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมาก และมีผู้เข้าร่วมงานถึง 5 แสนกว่าคน ในงานเราได้เห็นความสนใจที่แตกต่างของผู้คนมากมาย มีดนตรีที่หลากหลาย และโค้กก็เข้าไปมีส่วน Connect กับผู้คนเหล่านั้น”

ในส่วนของผลิตภัณฑ์ปีที่ผ่านมา ตลาด No Sugar เป็นตลาดที่คุณกิติศักดิ์มองว่าเป็นอีกตลาดที่มีความสำคัญมากในอนาคต เพราะผู้บริโภคปัจจุบันให้ความสนใจกับเรื่องของสุขภาพมากขึ้น โค้กไม่มีน้ำตาลจึงเป็นทางเลือกให้คนกลุ่มนี้

ยุคที่ผู้บริโภคถูกเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและการใช้ชีวิตเรื่องของการสื่อสารย่อมต้องมีการปรับเปลี่ยน คุณกิติศักดิ์ เสริมว่าการมีเทคโนโลยีเข้ามาเป็นทั้งข้อดีและข้อยากในการสื่อสารหรือทำการตลาดในปัจจุบัน

“สมัยก่อนการทำตลาดจะเป็นแบบ One-Way Communication เราเป็นฝ่ายป้อนข้อมูลให้กับผู้บริโภคอย่างเดียวโดยที่ไม่ทราบเลยว่าผู้บริโภครู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่เราสื่อสารออกไป แต่การทำการตลาดในยุคดิจิทัลผู้บริโภคสามารถที่จะบอกเราได้แบบ Real Time ว่าเขาชอบหรือไม่ชอบ ตัวอย่าง เช่น แคมเปญยิ่งเปิดใจ ยิ่งใกล้กันเราได้ผลตอบรับในโลกของออนไลน์เร็วมากมีทั้งคนที่บอกว่าชอบอยากให้ทำแคมเปญแบบนี้อีก ในขณะเดียวกันบางคนก็ไม่ชอบที่เราไปแตะต้องประเด็นบางอย่างที่เป็นเรื่องอ่อนไหวง่ายซึ่งเราก็รับฟังเสียงที่เขาสะท้อนกลับมา เราเชื่อว่าการที่เรารับฟังเสียงสะท้อนของเขาได้เร็วทำให้เราสามารถที่จะมีปฏิกิริยาตอบกลับไปสู่ผู้บริโภคได้เร็วด้วยวิธีการที่ดีที่สุดเช่นเดียวกัน”

เรื่องของ Digital Disruptive คุณกิติศักดิ์มองว่า นอกจากแง่ของการสื่อสาร โค้กยังโฟกัสไปที่ 3 เรื่องหลัก คือ Digital Commerce ซึ่งสามารถแตกออกได้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ Food Aggregator และส่วนที่เป็น E-Commerce

“ในส่วนของ Food Aggregator เราพาร์ทเนอร์กับพันธมิตรที่แข็งแกร่ง เพราะนี่คือสิ่งที่เกิดใหม่กับสังคมปัจจุบัน ซึ่งการจราจรติดขัดทำให้คนไม่ออกไปนอกบ้าน โค้กกับอาหารอยู่ด้วยกันมาตลอด ดังนั้น Food Aggregator ก็เป็นขาหนึ่งที่เราต้องเข้าไปมีส่วนร่วมกับตรงนี้ เราพยายามพัฒนาแผนการตลาดสำหรับช่องทางนี้เพื่อให้ดีขึ้น ส่วน E-Commerce platform ต่างๆ เราเข้าไปทำพาร์ทเนอร์กับเขาโดยที่เราต้องเข้าใจว่าคนที่ซื้อของออนไลน์บางครั้งเขาก็มองหาบางอย่างที่อาจจะหาไม่ได้ในโลกออฟไลน์ ปีที่แล้วเราจึงมีการเปิดตัว Box Set ที่เป็น Avengers ขายเฉพาะในช่องทางออนไลน์และโรงภาพยนตร์ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมากเนื่องจากมีนักสะสมรอสะสมอยู่ ดังนั้นในส่วนของช่องทางออนไลน์เราจึงพยายามมองหาสิ่งที่พิเศษกว่าให้กับช่องทางนั้น”

Brand Experience ในยุคที่แบรนด์สามารถสื่อสารกับผู้บริโภคแบบ Personalize ผ่านช่องทางดิจิทัล  โค้กจะใช้วิธีการ Mass Personalize เพื่อสื่อสารให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น

สุดท้ายคือเรื่องของ Real Time ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่คุณกิติศักดิ์มองว่าจะช่วยให้โค้กรู้ฟีดแบ็คของผู้บริโภคทันทีและสามารถตอบรับกับฟีดแบ็ค ของผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว

“หลายครั้งที่คนมองว่าจะต้องใช้ Digital Technology ล่าสุดในการสื่อสารแต่สำหรับโค้กเรามองว่า Digital ก็คือเครื่องมือหนึ่งที่แบรนด์นำมาใช้โต้ตอบกับผู้บริโภคในปัจจุบันมากขึ้น เรายังให้ความสำคัญกับ Core Idea ที่เราต้องการจะพูดหรือสื่อสารออกไปมากกว่า”

การทำการตลาดในปีนี้ของโค้กจะให้ความสำคัญกับเรื่องของการทำพาร์ทเนอร์กับพันธมิตรในกลุ่มอาหารอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งโฟกัสที่ตลาด No Sugar ซึ่งเป็นเรื่องที่คุณกิติศักดิ์ย้ำว่าต้องขับเคลื่อนต่อไป

“ล่าสุดเราก็เพิ่งออกตัว Sprite No Sugar เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคและในปีนี้ก็จะมีอะไรใหม่ๆ ในส่วนของ No Sugar ด้วย ส่วนเรื่องของ Cultural Leadership เราพยายามหาวิธีที่จะผสมผสานวัฒนธรรมต่างๆ ให้เข้ากับแคมเปญของเราได้อย่างไร สุดท้ายสิ่งที่เราต้องการทำมากก็คือ เรื่องของการสร้างประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ เพราะในโลกปัจจุบันเราใช้วิธีการสื่อสารทางเดียวกับผู้บริโภคไม่ได้แล้วต้องเป็นการที่เราดึงเขาให้เข้ามามีส่วนร่วมกับเรา”

อย่างไรก็ตาม คุณกิติศักดิ์ ปิดท้ายว่า การจะรักษาความเป็นที่ 1 ให้ยังคงอยู่ต่อเนื่องเรื่องของ Consumer Centric เป็นสิ่งสำคัญที่สุด

“เราต้องพยายามหาวิธีว่าทำอย่างไร ที่โค้กจะฟังเสียงของผู้บริโภคเพื่อให้รู้ว่าเขาต้องการอะไร และโค้กสามารถทำอะไรให้ผู้บริโภคได้บ้าง สิ่งสำคัญอีกเรื่องคือการที่เราต้องชัดเจนว่า Brand Purpose ของเราคืออะไร เพราะเราไม่ได้ขายสินค้าเพียงอย่างเดียว เราต้องการส่งต่อประสบการณ์ของเรา ส่งมอบ Brand Value ของเราให้แก่ผู้บริโภคด้วย”

HOTTA พลังแห่งความสม่ำเสมอ สู่ผู้นำตลาดเครื่องดื่มขิงผงสำเร็จรูป ครองใจผู้บริโภค ในวันที่สุขภาพคือไลฟ์สไตล์

อธิบายกลยุทธ์ราคา 10 บาท “Magic Price Point” เครื่องดื่มชูกำลัง ที่สร้างภาพจำการรับรู้ของผู้บริโภค

Coca Cola ขยายแนวรบเครื่องดื่มรสเชอร์รี่ เปิดตัว Cherry Float และ Diet Coke Cherry

เมื่อถือขวดมันไม่คูล ญี่ปุ่นผุดไอเดีย ‘การ์ดเครื่องดื่มชูกำลัง’ พับหนึ่งครั้ง เพิ่มพลังเท่าหนึ่งขวด พร้อมลาย Street Fighter สุดเท่

เมื่อบริษัทจัดหางานในญี่ปุ่น เปิด 'บาร์ให้คำปรึกษาเรื่องงาน' ฟรี! ค่าเครื่องดื่มและคำปรึกษา มีพนักงานจัดหางานสวมบทบาร์เทนเดอร์

โอสถสภารักษาความเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลัง ส่วนแบ่งตลาดแข็งแกร่ง คาดยอดขายไตรมาส 4 เติบโตต่อเนื่อง

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact