เฟสที่ 1 เปิดบริการคลินิกคัดแยกผู้ป่วย (Triage Building) และห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย (Laboratory) สำหรับทำ CT Scan Chest Tomography ที่บางซื่อ ซึ่งจะเปิดให้ดำเนินการทันทีที่ได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 3 ไร่ ใกล้ทางด่วน สถานีรถไฟ และสถานีขนส่งผู้โดยสาร โดยจะมีห้องแยกผู้ป่วย 50 ห้อง ห้องพักดูอาการความจุ 20 เตียง ซึ่งจะมีการแยกห้องตรวจระหว่างผู้ป่วยที่มีไข้หวัดธรรมดาและผู้ป่วยที่สงสัยจะติดเชื้อออกจากกัน
นอกจากนี้ ยังสามารถรองรับการให้บริการแบบบุคคลหรือองค์กร ที่ต้องการดูแลผู้ป่วยหรือพนักงานที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างใกล้ชิด อาทิ บริษัท สายการบิน สถานทูต หน่วยงานข้าราชการ และองค์กรต่างๆ ที่จะต้องเดินทางไปต่างประเทศ และต้องการผลการตรวจที่เร็วกว่า 14 วัน ก็จะมีการตรวจด้วย Next Generation Sequencing (NGS) เพื่อวิเคราะห์ลักษณะทางพันธุกรรมของไวรัสโควิด-19 เนื่องจากเทคโนโลยีนี้สามารถอ่านรหัสพันธุกรรม จำแนกลักษณะจีโนมของไวรัสได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ และมีบทบาทสำคัญในการจำกัดการระบาดของไวรัส ซึ่งใช้ได้ผลมาแล้วในประเทศจีน
เฟสที่ 2 โรงพยาบาลสนาม กรณีที่มีการแพร่ระบาดเข้าสู่ขั้นที่ 3 จะพัฒนาพื้นที่สำหรับผู้ป่วยติดเชื้อแต่ไม่วิกฤติจำนวน 200 เตียง และห้องผู้ป่วยวิกฤติ (ICU) อีก 50 เตียง โดยโรงพยาบาลสนามแห่งนี้จะตั้งอยู่บริเวณฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า บนพื้นที่ 4 ไร่ โดยใช้ระยะเวลาในการเตรียมการ 6-8 เดือน
เฟสที่ 3 โรงพยาบาลพักฟื้น สำหรับรองรับผู้ป่วยจำนวนมาก ที่จำเป็นต้องรักษาตัวและฟื้นฟูร่างกายในโรงพยาบาลระยะเวลานานๆ โดยสามารถรองรับผู้ป่วยได้จำนวน 1,000-1,500 เตียง ซึ่งปัจจุบันมีความพร้อมในการให้บริการที่โรงพยาบาลในเครือธนบุรีหลายแห่ง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
“แนวคิดดังกล่าวอยู่ในระหว่างการให้คณะผู้บริหาร THG เร่งศึกษาและวางแผนการดำเนินงาน เพื่อการรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที โดยจะได้เข้าหารือกับกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอรับคำแนะนำต่อไป ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การเเพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19ในประเทศด้วย” นายแพทย์บุญ กล่าวทิ้งท้าย