“ปีที่แล้วฮอนด้าได้เปิดตัวรถรุ่นใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในไทย นั่นคือรุ่น New ADV150 สตรีทแอดเวนเจอร์ A.T. เป็นรถที่สามารถใช้ได้ดีทั้งในเมือง และนอกเมือง ตอบโจทย์ชีวิตที่มี 2 ด้าน ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งจาก WHAT STOPS YOU? ในด้านของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ หรือแม้แต่ในมุมของ CSR ก็มีการทำเรื่อง APT (Accident Prediction Training) เป็นระบบฝึกคาดการณ์อุบัติเหตุล่วงหน้าที่นำมาใช้เพื่อให้คนมีทักษะในการคาดการณ์การเกิดอุบัติเหตุ ทำให้ขับขี่ได้อย่างปลอดภัย หรือในมุมของการบริการ มีการพัฒนารูปแบบการให้บริการที่สามารถตอบสนองลูกค้าเฉพาะกลุ่มได้มากยิ่งขึ้น ต่อเนื่องจากเรื่องของ Digital Service ที่ได้ทำไปก่อนหน้านี้แล้ว”
นอกจากนี้ ฮอนด้ายังมีกลยุทธ์การใช้สื่อเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายรุ่นใหม่ๆ ในรูปแบบ Through the Line Communication เป็นการผสมผสานการใช้สื่อทั้งช่องทางออนไลน์ และออฟไลน์ ทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในปีที่ผ่านมา ฮอนด้าได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาสื่อออนไลน์ของบริษัททั้งเฟสบุ๊ค ยูทูบ และเว็บไซต์อย่างมาก โดยเน้นการสื่อสารในแบบ Real Time Marketing เพื่อให้เข้าถึงไลฟ์สไตล์ของลูกค้าได้อย่างแท้จริง
ในส่วนของการจัดกิจกรรม ปีที่แล้วฮอนด้าได้เริ่มต้นมหกรรมความมันส์ Honda A.T. Fun Fest เป็นรูปแบบของคอนเสิร์ตออนทัวร์ทั่วประเทศจากพรีเซ็นเตอร์ของฮอนด้า รวมถึงศิลปินที่กำลังฮิตติดเทรนด์และมีบุคลิกที่สะท้อนอัตลักษณ์ของรถ A.T. แต่ละรุ่นของฮอนด้าได้ โดย Honda A.T. Fun Fest สามารถสร้างกระแสทางออนไลน์ได้ดีจนติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 ในช่วงของการจัดกิจกรรม เพราะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นวัยรุ่นได้โดยตรง
อีกหนึ่งสิ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน คือการทำภาพยนตร์โฆษณา “UNLIMITED FUN, UNLIMITED FANS” เพื่อสื่อสารถึงความสำเร็จทางด้านยอดขายของรถกลุ่ม A.T. ที่มียอดจำหน่ายสะสมตั้งแต่ปีแรกที่ทำตลาดถึงปัจจุบัน รวมทุกรุ่นถึง 6 ล้านคัน มากที่สุดในตลาดรถ A.T. ทั้งหมดด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายครอบคลุมทุกกลุ่มความต้องการ โดยใช้พรีเซ็นเตอร์ถึง 3 คน คือ มาริโอ้ เมาเร่อ เดอะ ทอย และน้องเจ้านาย ซึ่งโฆษณาก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีมากและส่งผลให้ยอดจำหน่ายในกลุ่ม A.T. เติบโตขึ้น
คุณจุฑามาศ ย้ำว่า หัวใจสำคัญที่ผลักดันให้รถจักรยานยนต์ฮอนด้าได้กลายเป็น Most Admired Brand อย่างต่อเนื่องได้นั้น การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ดีถือเป็นเรื่องที่ต้องมาเป็นอันดับแรก ทั้งรูปลักษณ์การออกแบบ ฟังก์ชั่นการใช้งานที่ตอบโจทย์ รวมถึงเรื่องของบริการหลังการขาย แต่การจะรักษาให้ลูกค้าอยู่กับแบรนด์ได้นานๆ ต้องอาศัยกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ และสร้างความผูกพันกับลูกค้าผ่านทางเครือข่ายผู้จำหน่ายฯ ที่มีอยู่ทั่วประเทศ
“การรักษาความเป็นเบอร์ 1 ให้อยู่ในใจผู้บริโภคตลอดไป เราต้องสร้าง Brand Connection, Brand Engagement และ Brand Love กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
เพราะในฐานะผู้นำตลาดเราต้องให้ความสำคัญกับลูกค้ามากที่สุดอยู่แล้ว ขณะเดียวกันเราก็ต้องสร้างอะไรใหม่ๆ ขึ้นมาตลอด เพราะแบรนด์ที่ดีต้องมี Movement ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคอยู่เสมอ” คุณจุฑามาศ กล่าว