จากผลการสำรวจยังพบว่า พฤติกรรมการท่องเที่ยวของชาวจีนแบบดั้งเดิมในตลาดมวลชน (Mass Market) มีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ กล่าวคือ 83% ของนักท่องเที่ยวจีนมีแนวโน้มจะเลือกเดินทางแบบอิสระ (Independent Travel) มากกว่าการท่องเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์ สิ่งนี้นำไปสู่การพยากรณ์ของอุตสาหกรรมโรงแรมและการท่องเที่ยวต่อช่องทางการซื้อที่ตอบโจทย์นักเดินทางชาวจีนสู่ประเทศไทย ทั้งนี้ 5 อันดับแรก ได้แก่ CTrip (61%), Fliggy (16%), เว็บไซต์โรงแรม (9%), Booking.com (5%) และ WeChat (5%)
บิล กล่าวเสริมว่า จากมุมมองที่คาดการณ์ล่วงหน้าเกี่ยวกับผลกระทบของโควิด-19 ในช่วงเวลาที่เหลือของปี 2563 การเดินทางทางอากาศเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับภาคการท่องเที่ยว ตัวบ่งชี้กิจกรรมของสายการบินจาก Flightradar24 สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า สายการบินระดับภูมิภาค และสายการบินต้นทุนต่ำ (LCC) ของจีนได้กลับมาให้บริการแล้ว
ในบทความนี้ ยังมีภาพประกอบที่แสดงให้เห็นถึงสายการบินภูมิภาคและสายการบินต้นทุนต่ำของจีนเริ่มกลับมาทำการบินแล้วอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยความหวาดกลัวทั่วโลกสำหรับนักเดินทางหลังจากการระบาดของโรคไวรัส จึงคาดว่าจะทำให้เกิดการเดินทางแค่ระยะสั้นในช่วงแรก เนื่องจากความกังวลเรื่องสุขภาพในการเดินทางโดยเครื่องบิน โดยประเทศไทยมีสายการบินตรงจากจีน รวมถึงมีเครือข่ายสายการบินที่ได้รับการจัดสรรและอนุญาตเส้นทางการบินจากจีนมายังไทยมากมาย ดัชนีชี้นำในการฟื้นตัวของการเดินทางในเอเชีย
นอกจากนี้ การแข็งค่าของเงินหยวนของจีน (RMB) เทียบกับเงินบาทไทย หลังจากที่ลดลงถึงระดับต่ำสุดในไตรมาสที่ 3 และไตรมาสที่ 4 ของปีที่ผ่านมา เป็นผลมาจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจและสงครามการค้า ปัจจุบันสกุลเงินได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2563 เท่ากับมูลค่าที่เพิ่มขึ้น มีผลต่อนักท่องเที่ยวชาวจีนที่จะมายังประเทศไทย