หลังจากออริจินัลซีรีส์ Tiger King จาก Netflix ออนแอร์ไปตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2020 เวลานี้ Tiger King ได้ขึ้นชาร์ตในทุกออนไลน์แพลตฟอร์ม ในฐานะที่มีคนสนใจไปทั่วโลก กลายเป็นเจ้าของสถิติซีรีส์ที่มียอดสตรีมมิ่ง 5,300 ภายใน 1 นาที ตัวเลขเฉพาะแค่ในสหรัฐอเมริกาพบว่า แค่วันแรกก็มีผู้ชมมากถึง 4.6 ล้านคน และตลอด 10 วันแรกสามารถกวาดยอดผู้ชมในอเมริกาไปถึง 34 ล้านคน แซงหน้าซีรีส์ดังอย่าง Stranger Things 2 ที่ทำไว้ 31 ล้านคน พร้อมได้คะแนนจาก Rotten Tomatoes สูงถึง 88%
มาถูกจังหวะคนกักตัวอยู่บ้าน
การออนแอร์ในช่วงปลายมีนาคมที่ผ่านมาของ Tiger King ถือได้ว่ามาถูกที่ถูกเวลา และคว้าโอกาสทองไปได้สำเร็จ เพราะเป็นเวลาเดียวกับที่มาตรการการกักตัวคลอดออกมาพอดี ทำให้คนมีเวลาอยู่กับบ้าน และดูซีรีส์มากขึ้น จนทำให้ Tiger King มีสถิติตัวเลขที่น่าพอใจ จนแซงหน้า Stranger Things ซึ่งเป็นซีรีส์ที่ฮิตที่สุดของ Netflix ไปได้
เรื่องราวหลุดโลก
Tiger King เป็นสารคดีที่เรียกได้ว่าหลุดโลก เนื่องจากว่ามันสร้างมาจากเรื่องจริง และนักแสดงทั้งหมดก็คือคนที่อยู่ในเรื่องราวนี้จริง ๆ ที่หลุดโลกมากไปกว่านั้น ก็เพราะมันเป็นคดีอื้อฉาวของโจ เอ็กโซติก เจ้าของสวนสัตว์เอกชนและหนึ่งในผู้ที่ครอบครองเสือและสิงโตจำนวนมากที่สุดในอเมริกา ที่ต่อมาเขาได้ติดคุกจริง หลังถ่ายทำไปได้ไม่นาน
ใครคือ โจ เอ็กโซติก
โจ เอ็กโซติก เคยเป็นนักร้องคันทรี และเป็นชายที่รู้จักกันในชื่อ Tiger King นิสัยส่วนตัวชอบเลี้ยงเสือ เพราะเคยใกล้ชิดกับพวกสัตว์หายากมาก่อน จากความชอบกลายเป็นนักเพาะพันธุ์เสือ และสิงโต รวมไปถึงเสือขาว หรือสิงโตที่หายาก ทำให้คนมีตังค์ทั่วประเทศสหรัฐที่อยากมีสัตว์เลี้ยงเป็นแมวยักษ์น้ำหนัก 400 กิโลกรัม ไว้ดูเล่น รวมถึงสวนสัตว์ทั่วไป เข้ามาเป็นลูกค้าจำนวนมาก นอกจากนี้เขายังเปิดสวนสัตว์ของตัวเองที่ชื่อว่า G.W. ZOO ในโอคลาโฮมา
ในสวนสัตว์แห่งนี้ของ โจ เอ็กโซติก ยังมีสัตว์หายากอื่นๆ แต่จุดไฮไลท์ในสวนสัตว์ที่เขานำมาเป็นแม่เหล็ก ก็คือ ลูกเสือ คล้ายกับวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน หรือวัดเสือ ในจังหวัดกาญจนบุรีไม่มีผิด เพราะ G.W. ZOO เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสัมผัสประสบการณ์จับลูกเสือได้แบบใกล้ชิดสุดสุด
เปิดตัวละครสุดแซ่บ “ป้าบิ๊กแคท”
จุดที่ทำให้สารคดีเรื่องนี้น่าติดตามมากขึ้น มาจากความขัดแย้งระหว่าง G.W. ZOO กับสวนสัตว์อีกแห่งที่ชื่อว่า Big Cat Rescue ซึ่งเป็นสวนสัตว์ที่ดังมากเหมือนกัน ซึ่งเจ้าของสวนสัตว์แห่งนี้มีชื่อว่า แครอล บาสกิ้น นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิสัตว์ ซึ่งในที่นี้เราจะเรียกเธอว่า ป้าบิ๊กแคท
Big Cat Rescue ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นสวนสัตว์ที่ปกป้องคุ้มครองแมวใหญ่ ป้าคนนี้จึงไม่เห็นด้วยกับการเพาะพันธุ์ขายลูกเสือ และจับเสือไว้ในกรงขนาดใหญ่ของโจ เอ็กโซติก ในเวลาเดียวกัน โจ เอ็กโซติก ตอบโต้ว่า ป้าบิ๊กแคทเป็นเพียงผู้ดูแลสวนสัตว์ที่มีเป้าหมายเพื่อกำจัดคู่แข่งของเธอเท่านั้น
แต่เมื่อผู้ถ่ายทำสารคดีไปถ่ายทำที่สวนสัตว์ Big Cat Rescue ก็พบว่า เสือที่อยู่ในสวนสัตว์แห่งนี้ก็อยู่ในกรงเหมือนกัน ซ้ำบางตัวยังอยู่ในกรงที่เล็กมาก ช่างดูขัดแย้งกับภาพลักษณ์ของผู้ปกป้องคุ้มครองสัตว์
สารคดีชุดนี้ไม่ประนีประนอมเลย ทำให้คนดูเห็นการปะทะคารมระหว่าง 2 คนนี้ โดยต่างฝ่ายต่างส่งสายสืบ ทำคลิปขู่ และลอบวางเพลิง จนเกิดการฟ้องร้องขึ้นมาจริงๆ ซึ่งทำให้ โจ เอ็กโซติก หมดเงินไปกับค่าทนายจำนวนมาก
ความพีคต่อมา ยังมาจากชีวิตอันเข้มข้นของ ป้าบิ๊กแคท อดีตแม่หม้ายลูกติดหนึ่งคน หนีจากสามีคนแรกมาเดินเตร็ดเตร่อยู่ริมถนน แล้วก็พบมหาเศรษฐีซึ่งอายุห่างกัน 20 กว่าปี ที่ตกหลุมรักป้าบิ๊กแคท ถึงขนาดยอมเลิกกับภรรยาเก่าที่มีลูกด้วยกันถึง 2 คน
ทั้ง 2 อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขจนกระทั่งในปี 1997 สามีของป้าบิ๊กแคทหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย และคนที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัย ก็คือ ป้าบิ๊กแคท เพราะสงสัยกันว่าอำพรางศพสามีโดยให้เสือกิน จนกลายเป็นข่าวใหญ่ในอเมริการะหว่างที่สารคดีถ่ายทำ แต่สุดท้ายก็ไม่มีหลักฐานมัดตัว ทั้งๆ ที่ โจ เอ็กโซติก คู่ปรับป้าบิ๊กแคท ลงทุนทำรายการของตัวเองขึ้นมาเสนอรางวัลนำจับสำหรับคนที่มีหลักฐานเอาผิดป้าบิ๊กแคท
วิธีการถ่ายทำขั้นเทพ
นอกจากพล็อตหลุดโลกแล้ว Tiger King ยังมีการดำเนินเรื่องราวกับภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง ทั้งการตัดต่อที่ดี เล่าเรื่องกระชับ รวดเร็ว และมีจุดพีคขึ้นเป็นระยะๆ เตลิดเปิดเปิงไปมากกว่าเรื่องราวการทะเลาะกันของตัวละคร 2 ตัว ไม่ว่าจะเป็นเหตุอาชญากรรม จ้างวานฆ่า การทรยศ การกุศล ธุรกิจเพาะเลี้ยงสัตว์ผิดกฎหมาย ความรักต่างวัย ไปจนถึงการวิ่งรณรงค์เพื่อการหาเสียงให้กับประธานาธิบดี
บางครั้งการสัมภาษณ์ตัวละครใหม่ ๆ ที่มีเพิ่มเข้ามาในแต่ละตอนนั้นยิ่งทำให้คนดูเกิดความฉงนสงสัยว่า นี่มันเป็นสารคดีจริง ๆ หรือเปล่า
แต่เชื่อเถอะ เพราะเรื่องนี้มีคนตายจริง และต้องติดคุกจริงๆ เพราะต้องไปสัมภาษณ์นักแสดงจากในคุก จนกลาย เป็นสารคดีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเวลานี้