ขบวนรถไฟฟ้าที่ผลิตใหม่นั้น ภายในจะปรับให้มีความสะดวกสบายในการใช้งานยิ่งขึ้น โดยมีการปรับภายในต่างๆ ดังนี้
• เปลี่ยนระบบแสดงเส้นทางและบอกสถานี (Dynamic Route Map, DRM) ด้านบนประตูทางเข้าผู้โดยสาร จากแบบเดิม LED เป็นแบบ LCD ซึ่งสามารถให้ข้อมูลสำหรับผู้โดยสารได้มากยิ่งขึ้น
• เปลี่ยนระบบแสงสว่างจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ เป็น LED ตลอดทั้งตู้โดยสาร
• ปรับและเพิ่มราวจับด้านบนให้เป็นสามแถว เพื่อให้ความสะดวกแก่ผู้โดยสาร
• เพิ่มพื้นที่โดยสารให้มากขึ้นในแต่ละตู้โดยสาร
• เพิ่มจำนวนปุ่มติดต่อพนักงาน (Passenger Communication Unit, “PCU”) ทุกประตูโดยสาร
• ป้ายสัญลักษณ์ที่จอดรถเข็น (wheel chair) ที่พื้นรถไฟฟ้า
เมื่อเริ่มเปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2542 บริษัทฯ มีขบวนรถไฟฟ้าให้บริการทั้งหมด 35 ขบวน ความยาวขบวนละ 3 ตู้ รวมเป็น 105 ตู้ ผลิตโดยบริษัท ซีเมนส์ จำกัด ซึ่งในปัจจุบัน บริษัทฯ มีรถไฟฟ้าให้บริการทั้งสิ้น 52 ขบวน ความยาวขบวนละ 4 ตู้ รวม 208 ตู้ โดย 35 ขบวนเป็นขบวนรถที่ผลิตจาก บริษัท ซีเมนส์ จำกัด และจากบริษัท ซีอาร์อาร์ซี ฉางชุน เรลเวย์ เวฮิเคิล จำกัด จำนวน 17 ขบวน ให้บริการในระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ระยะทาง 23.5 กิโลเมตร และส่วนต่อขยายระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานครสายสีลม จากสถานีสะพานตากสิน-สถานีบางหว้า ระยะทาง 7.5 กิโลเมตร และส่วนต่อขยายโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานครสายสุขุมวิท ช่วงสถานีอ่อนนุช-สถานีแบริ่ง ระยะทาง 5.25 กิโลเมตร และส่วนต่อขยายสถานีแบริ่ง-สำโรง ระยะทาง 2 กิโลเมตร รวมเป็น 38.25 กิโลเมตร 35 สถานี เมื่อขบวนรถไฟฟ้าใหม่ส่งมอบครบหมดแล้วในปี 2563 จะทำให้บริษัทฯ มีขบวนรถไฟฟ้าให้บริการทั้งสิ้น 98 ขบวน รวม 392 ตู้ และจะให้บริการในเส้นทางสายสีลมจากสถานีสนามกีฬาแห่งชาติถึงสถานีบางหว้า ระยะทางรวม 14 กิโลเมตร และสายสุขุมวิทจากสถานีคูคตถึงสถานีสมุทรปราการ ระยะทางรวม 55 กิโลเมตร ซึ่งคาดว่าจะสามารถรองรับปริมาณผู้โดยสารในเส้นทางที่ให้บริการดังกล่าวได้อีกไม่น้อยกว่า 10 ปี จากนี้ไป
นอกจากการนำเข้าขบวนรถไฟฟ้าแล้วบริษัทฯ ได้ลงทุนงบประมาณเพื่อปรับปรุงระบบตั๋วโดยสาร ซึ่งจะเปลี่ยนตู้จำหน่ายตั๋วโดยสารเป็นระบบสัมผัส Touch Screen ทั้งหมด ซึ่งจะช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเลือกสถานีที่จะเดินทางได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มสมรรถนะของตู้จำหน่ายตั๋วบัตรโดยสารเพื่อให้รองรับส่วนต่อขยาย และเส้นทางสายอื่นๆ อาทิสายสีชมพู และสายสีเหลืองในอนาคต รวมทั้งการจัดซื้อตู้จำหน่ายตั๋วโดยสารที่สามารถรับธนบัตรด้วยมาเพิ่มในระบบอีก 50 ตู้
ปัจจุบัน ระบบรถไฟฟ้าบีทีเอส มีตู้จำหน่ายตั๋วโดยสารอัตโนมัติชนิดกดปุ่ม (TIM) 153 ตู้ซึ่งเป็น ตู้จำหน่ายตั๋วโดยสารที่ติดตั้งตั้งแต่เริ่มเปิดให้บริการ และมีตู้จำหน่ายตั๋วแบบรับเหรียญและธนบัตร (ITM) 34 ตู้