สำหรับผู้ให้บริการ 4 อันดับแรกที่มีหัวจ่ายรวมกันมากว่า 800 หัวจ่าย ได้แก่ อันดับ 1 คือ EV Station PluZ มีสถานีชาร์จ 1,273 แห่ง รวม 3,376 หัวจ่าย อันดับ 2 คือ EA Anywhere มีสถานีชาร์จ 478 แห่ง รวม 2,618 หัวจ่าย อันดับ 3 คือ REVERSHARGER มีสถานีชาร์จ 455 แห่ง รวม 1,281 หัวจ่าย อันดับ 4 คือ PEA VOLTA มีสถานีชาร์จ 446 แห่ง รวม 1,306 หัวจ่าย อันดับ 5 คือ Evolt มีสถานีชาร์จ 307 แห่ง รวม 832 หัวจ่าย
ตามมาด้วยแบรนด์ Elex by EGAT มีสถานีชาร์จ 300 แห่ง MG 144 แห่ง Altervim 120 แห่ง ESPRO 107 แห่ง และแบรนด์ On-ion มีสถานีชาร์จ 97 แห่ง
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผู้ให้บริการต่างพยายามเร่งขยายจำนวนสถานีชาร์จเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ดูเหมือนว่าจะยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ เนื่องจากจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าบนท้องถนนได้เริ่มจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยสถานการณ์ล่าสุด มีการคาดการณ์กันว่าปี 2568 ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า 100% ในประเทศไทยจะพุ่งสูงขึ้นถึง 120,000 คัน ซึ่งในช่วง 11 เดือน (มกราคม-พฤศจิกายน) มีจำนวน 104,342 คัน เติบโตขึ้น 67% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 เกินกว่าตัวเลขเดิมที่คาดการณ์ไว้ไปค่อนข้างมาก (อ้างอิง: ตัวเลขการจดทะเบียนจากกรมขนส่งทางบก)
ส่วนหนึ่งเป็นผลจากยอดจองภายในงาน Motor Expo 2025 ที่เพิ่งจบไปมีสูงกว่า 81,147 คัน ประมาณ 50% เป็นของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100 % สาเหตุจากการเร่งยอดจองรถไฟฟ้า 100% เพื่อให้ได้รับเงินอุดหนุนก่อนสิ้นสุดมาตรการ EV3.0 ในช่วงปลายปี 2568
หมายเหตุ: ข้อมูล EVAT ชุดนี้ไม่รวมตัวเลขของ GINKA Charge Point ที่ปัจจุบันมีสถานีชาร์จ 215 แห่ง รวม 538 หัวชาร์จ (อ้างอิง www.ginkachargepoint.com ณ วันที่ 6 มกราคม 2569)