ภายใต้สถานการณ์ COVID-19 อุตสาหกรรมสื่อในประเทศไทยเกือบทุกส่วนได้รับผลกระทบหนัก ทั้งในแง่ของการทำการตลาด การลงทุน โดยคนไทยส่วนใหญ่กว่า 50% เชื่อว่าสถานการณ์นี้จะอยู่กับเราไปอีก 6 เดือน ซึ่งจะทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เรียกได้ว่าไวรัสโควิด-19 เข้ามาทำให้การดิสรัปชั่นในอุตสาหกรรมสื่อเกิดเร็วขึ้น
เม็ดเงินโฆษณาที่ลดน้อยลง
ภาพรวมเม็ดเงินโฆษณาในเดือนมีนาคมได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด19 โดยลดลง 5% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ทั้งนี้ สื่อส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบในเดือนนี้ ยกเว้นสื่ออินเตอร์เน็ตที่ยังมีการเติบโตของการลงงบโฆษณาอยู่ที่ 23% อุตสาหกรรมที่ลดเรื่องโฆษณาลดเลยอย่างเห็นได้ชัดคืออุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ต้องต่อลมหายใจด้วยวิธีอื่นไปก่อนในช่วงนี้ และงบประมาณของสื่อนอกบ้านก็ดูน้อยลงในช่วงที่คนออกจากบ้านน้อยลง
คุณรัญชิตา ศรีวรวิไล ผู้อำนวยการ บริษัท นีลเส็น มีเดีย ประเทศไทย กล่าวว่า “การงดโฆษณาและลดแคมเปญการตลาดสามารถลดค่าใช้จ่ายในระยะสั้น แต่จะส่งผลต่อการสร้างความมีส่วนร่วมกับผู้บริโภคและความสามารถในการฟื้นตัวของแบรนด์ในภายหลังหากสถานการณ์กลับมาเป็นปกติ สิ่งที่ต้องระวังคือการเสียโอกาสในการเข้าถึงและสร้างความมีส่วนร่วมกับลูกค้า ซึ่งอาจเปิดช่องให้ลูกค้าเปลี่ยนไปลองใช้สินค้าแบรนด์อื่นได้”
โอกาสที่ห้ามมองข้าม
มีโอกาสภายใต้วิกฤตอยู่เสมอสิ่งที่ตามหลังจากคนกักตัวอยู่บ้าน คือคนมีเวลาใช้สื่อในบ้านมากขึ้น ทั้งทีวี อินเตอร์เน็ต สื่อดิจิทัลในแพลตฟอร์มต่าง ๆ นี่เป็นโอกาสของแบรนด์ที่ยังต้องทำให้ผู้บริโภคเห็นแบรนด์ตัวเองอยู่ตลอดเวลา
นีลเส็นเผยผลการศึกษาจากรายงาน ‘โควิด-19 และสถานการณ์ของสื่อในประเทศไทย’ (COVID-19 AND THE STATE OF MEDIA IN THAILAND) ซึ่งชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงหลักที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมสื่อในหลายประเทศทั่วโลก
สื่อทีวีและความต้องการข้อมูลที่เพิ่มสูงขึ้น
การกักตัวอยู่บ้านและความต้องการอัพเดทข่าวสารข้อมูลทำให้การดูทีวีของคนไทยเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก โดยเฉลี่ยแล้วคนไทยทั่วประเทศ ใช้เวลาในการดูทีวีเพิ่มขึ้นเกือบครึ่งชั่วโมงต่อวัน (จาก 4 ชั่วโมง 3 นาที เป็น 4 ชั่วโมง 31 นาที) เมื่อเปรียบเทียบระหว่างช่วงต้นเดือนและปลายเดือนมีนาคม
หากเราเจาะลึกที่กลุ่มผู้ชมแต่ละช่วงอายุ ข้อมูลเผยให้เห็นว่ากลุ่มผู้ชมที่ดูทีวีเพิ่มขึ้น รวมถึงใช้ระยะเวลาในการดูทีวีเพิ่มขึ้นสูงสุด คือกลุ่มอายุ 4-14 ปี ซึ่งมีการเติบโตของเรตติ้งสูงถึง 32% และใช้เวลาในการดูทีวีเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 50 นาทีต่อวัน นอกจากนี้ ผู้ชมกลุ่มอายุที่มีความน่าสนใจอีกสองกลุ่มคือ 15-24 ปี ซึ่งมีอัตราการเติบโตของเรตติ้งที่ 16% และกลุ่มอายุ 35-39 ปี ซึ่งใช้เวลาดูทีวีเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 21 นาทีต่อวัน