เป้าหมายสำคัญของการออกสินค้า จะอยู่ที่การบริจาคให้หน่วยงานทางการแพทย์และอื่นๆ ที่ต้องใช้เจลทำความสะอาดซึ่งเป็นแนวทางของแบรนด์ใหญ่ๆ ทั่วโลกที่พร้อมจะทำเพื่อตอบสนองคืนสู่สังคมอยู่แล้ว โดยชิเชโด้ทำเรื่องนี้ในหลายประเทศ อย่างที่อเมริกา ชิเชโด้ มีการอุทิศส่วนหนึ่งของโรงงานผลิตที่ตั้งอยู่ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ เพื่อเร่งผลิตเจลทำความสะอาดมือสำหรับองค์กรด้านสุขภาพของอเมริกา เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ในเชิงพาณิชย์แล้ว ด้วยความแข็งแกร่งของแบรนด์แล้ว ไม่ใช่เรื่องยากที่ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ของชิเชโด้ จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในประเทศจีนที่เป็นต้นกำเนิดของการระบาดของโควิด – 19 ซึ่งการขยับตัวของแบรนด์เครื่องสำอางมาสู่การผลิตสินค้าในกลุ่มที่เป็นเจลทำความสะอาดมือในช่วงวิกฤตไวรัสโควิด – 19 นี้ กลายเป็นโอกาสทางการตลาดอย่างดีที่บิวตี้แบรนด์หลายแบรนด์พากันขยับมาโฟกัสในสินค้ากลุ่มนี้ ซึ่งนอกจากชิเชโด้แล้วก็ยังมีลอรีอัล ที่มีแบรนด์ลา โรซ โพ-เซย์ หนึ่งในแบรนด์ของลอรีอัล อยู่ในตลาดนี้ เป็นต้น
ย้อนกลับมาที่การ “ยืดแบรนด์” เพื่อขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ออกไปสู่น่านน้ำใหม่ที่เป็นสกินแคร์ และเพอร์โซนัลแคร์ของสินค้าในกลุ่มลูกอม น่าจะมีมุมมองออกมาที่ใกล้เคียงกัน นั่นคือ การมองถึงการสร้างโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ โดยอาศัย “Core Equity” ของแบรนด์ ในการขยาย โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์ที่เป็นแฟนคลับอย่างเหนียวแน่นช่วยเป็นแรงส่งในการเปิดยุทธการ “ยืดแบรนด์” ในครั้งนี้