ในสถานการณ์ช่วงโควิด-19 ระบาดตอนนี้ หลายคนคงต้องกักตัวอยู่บ้าน ทั้งยังต้องรักษาระยะห่างทางสังคม ช่วงเวลาแบบนี้ การได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารน่ากังวลใจมากมายที่ทำให้รู้สึกเครียด เหนื่อยล้าทั้งจิตใจและร่างกาย องค์กรและบริษัทต่าง ๆ ยังออกนโยบายให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน ก็ยิ่งทำให้ระดับความเครียดของเราเพิ่มสูงขึ้นเพราะไม่ได้พบปะผู้คนในสังคมเหมือนเดิม
เวลานี้จึงเป็นเวลาสำคัญที่เราต้องใส่ใจสุขภาพจิตใจของเราเป็นอันดับแรก การรู้ว่าตัวเองกำลังเครียดและรู้วิธีจัดการกับมันสำคัญมาก เพราะหากปล่อยให้เกิดความเครียดเรื้อรัง ย่อมจะส่งผลร้ายต่อสุขภาพร่างกายและทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอเกินกว่าที่จะต่อสู้กับเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ ความเครียดยังสร้างผลเสียต่อสุขภาพกายและใจด้วย
เรากำหนดความรู้สึกในใจตัวเองได้
มนุษย์มีวิวัฒนาการจนกลายเป็นสัตว์สังคมที่มีครอบครัว เพื่อนฝูง รวมถึงกลุ่มคนที่ชอบและสนใจในสิ่งคล้าย ๆ กัน ซึ่งช่วยให้เรารับมือกับปัญหาความเครียดต่าง ๆ ในชีวิตและดูแลจิตใจตัวเองได้ แม้ว่าปัจจุบันเราจะอยู่ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีสามารถช่วยให้ติดต่อสื่อสารกันได้อย่างใกล้ชิด เราก็ยังโหยหาการมีปฏิสัมพันธ์แบบมนุษย์กับมนุษย์ เช่นการสัมผัสหรือการพบเจอหน้ากัน เพราะทำให้ใจรู้สึกดีและผ่อนคลาย
ทุกวันนี้ เรากักตัวเองอยู่ในบ้าน พยายามเข้าใจและทำตามข้อมูลคำแนะนำมากมายของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานด้านสาธารณ สุขที่มีอย่างต่อเนื่อง จึงไม่น่าแปลกใจที่เราหลายคนจะเกิดความเครียด หดหู่ รวมถึงเกิดปัญหาสุขภาพจิตต่าง ๆ ตามมา แม้ว่าการติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ให้ทันจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่การเฝ้าหน้าจอดูหรือฟังข่าวตลอดทั้งวันก็อาจทำให้เราเกิดความกลัวและเครียดได้ อย่างไรก็ดี วันนี้เรามีวิธีการจัดการความเครียดดี ๆ มาแนะนำที่จะช่วยให้คุณและคนรอบตัวคุณดูแลจิตใจตัวเองได้ดีขึ้นและคลายความกังวลท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19
เราแต่ละคนมีวิธีรับมือกับความเครียดที่ต่างกัน ดังนั้นจึงต้องจำไว้ว่าวิธีที่ได้ผลกับคนหนึ่งอาจจะไม่ได้ผลกับอีกคนก็ได้ ลองทำตาม 8 ข้อควรรู้ดูแลใจโดย ดร.แกรี่ สมอลล์ คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านโภชนาการของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น ที่จะช่วยให้คุณจัดการกับระดับความเครียดของตัวเองได้ง่าย ๆ ช่วง #อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ