หลังจากที่บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ได้มีนโยบายเร่งด่วนด้วยการจ้างงานสร้างอาชีพผ่านโครงการสิงห์อาสาทั่วประเทศเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจาก COVID – 19 เปิดด้วยโครงการ “สิงห์อาสาสู้ไฟป่า” นำร่องไปแล้ว ตามด้วย “สิงห์อาสาสู้ภัยแล้ง” ซึ่งทั้ง 2 โครงการนี้ยังคงดำเนินการอยู่ในจังหวัดทางภาคเหนือและภาคอีสาน โดยมีการดำเนินโครงการที่ 3 "สิงห์อาสาสู้น้ำท่วม" ต่อเนื่องทันที ด้วยการจ้างงานผ่านรูปแบบการเป็นอาสาสมัครร่วมกันดูแลชุมชนและพื้นที่ของตัวเอง
เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2563 บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ได้ร่วมกับเทศบาลตำบลสามเมือง อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา และองค์การบริหารส่วนตำบลบัวปากท่า อ. บางเลน จ. นครปฐม กรมชลประทาน และ เครือข่ายนักศึกษาสิงห์อาสา จัดโครงการ "สิงห์อาสาสู้น้ำท่วม" เพื่อจ้างงานเป็นการสร้างงานสร้างเม็ดเงินให้กับชาวบ้านในชุมชน ด้วยการร่วมกันกำจัดผักตบชวา ในลำคลองหนองบึงของพื้นที่ตำบลสามเมือง อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา และพื้นที่ตำบลบัวปากท่า อ.บางเลน จ.นครปฐม
ในงานมี นายรังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ ผู้ช่วยประธานกรรมการบริหารอาวุโส พร้อมด้วย นายสุชิน อิงคะประดิษฐ์ และคณะผู้บริหาร บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ร่วมกันเปิดโครงการ พร้อมด้วยเครือข่ายนักศึกษาสิงห์อาสาจาก 3 มหาวิทยาลัย คือ มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธยา มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และมหาวิทยาลัยกรุงเทพ กับชาวบ้านในพื้นที่รวมทั้งหมด 150 คนดำเนินกิจกรรมกำจัดผักตบชวาในพื้นที่ 2 จังหวัดดังกล่าว โดยมีนายวัชระ กระแสร์ฉัตร์ นายอำเภอลาดบัวหลวง จ. พระนครศรีอยุธยา นายประเทือง วิลัยพฤกษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลสามเมือง นางสาวปัญจพัฒน์ เกียรติไพบูลย์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบัวปากท่า ร่วมลงพื้นที่ด้วย
สำหรับพื้นที่ที่กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาสิงห์อาสาและชาวบ้านร่วมกันกำจัดผักตบชวาเก็บกวาดลอกทิ้งไป เพื่อไม่ให้เป็นวัชพืชกีดขวางทางน้ำไหลในคูคลอง อันเป็นต้นเหตุของปัญหาน้ำท่วมในแต่ละปี มีพื้นที่คลองพระยาบันลือ หมู่บ้านหนองปลาหมอ ต.สามเมือง อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยาและคูคลองต่างๆในพื้นที่ต.บัวปากท่า อ.บางเลน จ.นครปฐม โดยนอกจากจะได้ลำคลองหนองบึงที่สะอาดปราศจากผักตบแล้ว กิจกรรมนี้ยังเป็นการช่วยให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้ร่วมกันดูแลชุมชนของตนเองอีกด้วยและผักตบทั้งหมดที่ลอกขึ้นมานั้น ทางเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบลที่รับผิดชอบพื้นที่นั้นๆ จะส่งมอบให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน นำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จักสานจัดจำหน่าย บางส่วนจะนำไปทำเป็นปุ๋ยต่อไป โดยชาวบ้านที่เข้าร่วมกิจกรรมกำจัดผักตบชวาในครั้งนี้จะได้รับเบี้ยเลี้ยงคนละ 200 บาทต่อวัน ข้าวสารตราพันดีขนาด 5 กิโลกรัม 1 ถุง และน้ำดื่มสิงห์ขนาด 1.5 ลิตร จำนวน 1 แพ็ค
ทั้งนี้ โครงการ "สิงห์อาสาสู้น้ำท่วม" กำจัดผักตบชวาครั้งนี้ นับเป็นโครงการเร่งด่วนโครงการที่ 3 ของนโยบายการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากพิษโควิด-19 ผ่านโครงการสิงห์อาสาทั่วประเทศ ที่บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เดินหน้าเร่งจ้างงานสร้างอาชีพอย่างต่อเนื่อง เป็นการบรรเทาความเดือดร้อน โดยหลังจากนี้จะกระจายโครงการไปยังในพื้นที่ภาคกลางอีกหลายจังหวัด ซึ่งสองโครงการก่อนหน้านี้ที่บริษัท บุญรอดฯ ที่ได้เปิดโครงการไปแล้วคือ โครงการ "สิงห์อาสาสู้ไฟป่า" ใน 5 หมู่บ้านที่ตำบลแม่กรณ์ อ.เมือง จ.เชียงราย เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม และโครงการ "สิงห์อาสาสู้ภัยแล้ง" ที่เปิดโครงการที่บ้านโนนสวรรค์ใหม่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีการจ้างงานสร้างเงินให้กับคนในพื้นที่ โดยจัดเป็นโครงการทั้งระยะสั้นและระยะยาวเพื่อการช่วยเหลืออย่างยั่งยืน