สินค้าในพอร์ตสุขภาพคือน้ำอัดลมที่มีน้ำตาลน้อย และน้ำอัดลมที่ไม่มีน้ำตาลของเป๊ปซี่ในเมืองไทย มีสัดส่วน ประมาณกว่า 10% ของพอร์ตทั้งหมด ตามนโยบายของเป๊ปซี่ทั่วโลก ต้องการที่จะให้สินค้าในกลุ่มนี้มีการเติบโตแบบ ดับเบิ้ล ซึ่งในประเทศไทยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนของสินค้ากลุ่มนี้อีก 5 – 10%
ตลาดน้ำอัดลมแบบไม่มีน้ำตาล คือตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนภาพที่เป็น “Big Move” ของยักษ์น้ำดำได้ดี ปรากฏ การณ์ที่เกิดขึ้นในตลาดเมืองไทยนั้น เป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในตลาดต้นแบบอย่างอเมริกา ที่นั่น ทั้งเป๊ปซี่และโค้ก ต่างก็มีสินค้าที่เป็นน้ำอัดลมปราศจากน้ำตาลอยู่ในพอร์ตหลายตัว เซ็กเม้นต์ที่ว่านี้ เป็นตลาดใหญ่ตลาดหนึ่ง เพราะถ้า มองพื้นฐานทางกายภาพของคนอเมริกัน ที่เป็นคนตัวใหญ่ มีการบริโภคน้ำอัดลมในแต่ละวันค่อนข้างมาก เมื่อคน อเมริกันหันมาใส่ใจในเรื่องของสุขภาพ ทั้งเป๊ปซี่และโค้ก จึงต้องทำทุกวิถีทางที่จะรักษาพื้นที่ในกระเพาะของคนอเมริกัน ไว้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
ขณะที่เป๊ปซี่โค เอง ไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ก็มีการประกาศวิสัยทัศน์ในเรื่องของ Performance with Purpose ที่เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนการเติบโตแบบยั่งยืนของเป๊ปซี่ โค โดย 1 ใน 3 ข้อ ของเรื่องดังกล่าวจะเกี่ยวข้องกับ เรื่องของการผลักดันให้พอร์ตสินค้าที่ดีต่อสุขภาพมีการเติบโตมากกว่าสินค้าทั่วไป ถือเป็นวิชั่น 2025 ของเป๊ปซี่โค ทำให้เราได้เห็นการทำตลาดในบ้านเราที่ลงรายละเอียดในเรื่องดังกล่าวมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การประกาศลด น้ำตาลลงของมิรินด้า และลิปตัน ไอซ์ที หรือการบุกตลาดอย่างจริงจังของเป๊ปซี่ แมกซ์เทสต์ ที่นอกจากจะมีการ ออกแคมเปญสนับสนุนอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังมีการเพิ่มความหลากหลายของตัวสินค้าเข้ามาเพื่อช่วยสร้างสีสัน และความน่าสนใจของสินค้าในกลุ่มนี้