ผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป เข้าร้านน้อยลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ทำให้ Starbucks ต้องเจรจากับเจ้าของที่ชะลอการจ่ายค่าเช่าปีหน้าออกไป
ทั้งนี้ CNBC รายงานว่า Starbucks ร้านกาแฟที่มีสาขามากที่สุดในโลก กำลังขอร้องเจ้าของที่ดิน(landlord)
ของทุกสาขาที่จะยกโทษให้ สําหรับการชำระค่าเช่าบางส่วนของปีหน้าล่าข้ากว่าเดิม
Starbucks ส่งจดหมาย พร้อมชี้แจงว่า ผลกระทบจากการระบาดของโรค COVID-19 มี 2 ด้าน คือ รายได้ลดลง จากการที่ลูกค้าอยู่บ้านและไม่มาสาขาตามปกติ กับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการจ่ายเงินช่วยเหลือบรรดาบาริสต้า เพิ่มค่าแรงต่อชั่วโมง ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสําหรับอุปกรณ์เกี่ยวกับความปลอดภัยเช่นหน้ากาก และค่าใช้จ่ายคงที่ (Fixed Cost) จากการลดชั่วโมงการทํางานลงเพื่อชะลอการแพร่กระจายของไวรัส
ทั้งหมดเป็นปัจจัยที่ทำให้มีประมาณการว่า Starbucks จะขาดทุน 915 ล้านเหรียญสหรัฐในไตรมาสที่สอง ส่งผลต่อสภาพคล่องของบริษัท
Starbucks เป็นหนึ่งในเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดในประเทศโดยคิดจากจำนวนสาขา ขณะที่บริษัทเน้นการเช่าจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ CNBC รายงานว่า Pat Grismer ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน คาดว่าจะเปลี่ยนเงื่อนไขการชำระเงินตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน โดยในจดหมายได้แจ้งเจ้าของที่ดินด้วยว่า คาดว่าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของสัญญาเช่าอย่างน้อยในช่วง 12 เดือนข้างหน้า.
CNBC รายงานว่า Grismer เคยคุยกับบรรดานักวิเคราะห์ช่วงปลายเดือนเมษายนมาแล้วว่าบริษัทได้คุยกับเจ้าของที่หลายแห่ง และมีความคืบหน้าที่จะหา "ความเหมาะสมในเชิงธุรกิจ" เปลี่ยนสัญญาเช่าเป็นแบบที่ทุกฝ่ายพอใจ
Karen Webster CEO ของ PYMNTS ให้ความเห็นว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้ Starbucks ขอเลื่อนการชำระค่าเช่า มาจากความคิดที่ว่า ลูกค้าต้องรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น ไม่ต้องกลัวตายจาก COVID-19 ก่อน พวกเขาจึงจะอยากออกไปเพลิดเพลินกับชีวิตปกติเหมือนเดิมอีกครั้ง ด้วยเหตุนี้ ธุรกิจต้องทำให้มั่นใจว่าเมื่อลูกค้ากลับมา บริษัทเองก็ยังมีกําลังพอ มีพนักงานให้บริการ ไม่ใช่ว่าเงินสดขาดมือไปเองเสียก่อน เพราะการระบาดของโควิด-19 ได้สร้างปัญหาใหญ่ให้กับแทบทุกธุรกิจ ซึ่ง Starbucks เองก็ต้องแก้ไขให้ได้ ก่อนเศรษฐกิจฟื้นตัวเต็มที่ เช่นเดียวกับหลายธุรกิจขนาดเล็กถึงขนาดกลาง (SMb) ที่มีความเสี่ยง ให้รายได้คืนกลับไปสู่ระดับก่อนมีโรคระบาด
source