คุณหมอทศพลเล่าว่า “เดิมทีทางโรงพยาบาลมีชุด PPE สำรองไว้สำหรับดูแลคนไข้โรคเมอร์สที่อาจไปติดจากการไปแสวงบุญที่ตะวันออกกลาง และมีหน้ากาก N95 จำนวนหนึ่งสำหรับดูแลคนไข้วัณโรค แต่เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งชุด PPE และหน้ากากก็กลายเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องใช้เป็นจำนวนมาก ทั้งการใช้ในโรงพยาบาลเอง รวมถึงการใช้เพื่อลงพื้นที่ในชุมชน อย่างน้อยๆ วันหนึ่งก็ต้องใช้มากกว่า 20 ชุด ซึ่งก็ทำให้เรากังวลเหมือนกันว่าในระยะยาวอุปกรณ์เหล่านี้ก็อาจจะไม่เพียงพอ”
“แต่ด้วยน้ำใจของคนไทยที่ให้ความช่วยเหลือพวกเรา ทำให้ปัญหาเรื่องการขาดแคลนอุปกรณ์แพทย์ หมดไป และทำให้การทำงานของหมอและพยาบาลมีความปลอด ภัยและมีความพร้อมมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือความช่วยเหลือจาก บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ที่ได้ส่งมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ ประกอบด้วยชุด PPE และหน้ากากอนามัยรวม 5,700 ชิ้น กระจายไปยัง 19 โรงพยาบาลประจำอำเภอใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ คือ นราธิวาส ปัตตานี และยะลา”
“เราได้รับความช่วยเหลือจากหลายหน่วยงานที่นำอุปกรณ์ทางการแพทย์มามอบให้ ทำให้เราสามารถสู้กับโรคนี้ได้อย่างเข้มแข็ง นอกจากเรื่องการปฏิบัติงานที่ปลอดภัยขึ้นแล้ว ผมคิดว่ามันช่วยในเรื่องของกำลังใจด้วย มันทำให้ทีมแพทย์และพยาบาลที่นี่รู้สึกได้ว่า อย่างน้อยเราไม่ได้สู้อยู่คนเดียว ยังมีคนไทยทั้งประเทศสู้ไปกับเรา” คุณหมอทศพลเล่าด้วยรอยยิ้ม
คุณหมอทศพลกล่าวทิ้งท้ายถึงแนวโน้มสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ว่า “สถานการณ์โดยรวมตอนนี้ถือว่าคลี่คลายขึ้นมากแล้ว แต่เรายังต้องเฝ้าระวังผู้ติดเชื้อต่อไป ผู้ที่มาจากพื้นที่เสี่ยงต้องกักตัวเป็นเวลา 14 วัน และทางโรงพยาบาลเองก็จะดำเนินการค้นหากลุ่มเสี่ยงด้วยการเข้าไปสำรวจพื้นที่ที่มีการเคลื่อนย้ายของประชากรมาก เช่น ตลาด หรือในที่ชุมชน ตลอดจนประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนปฏิบัติตามหลักการเปิดเมืองภายใต้วิถี New Normal อย่างปลอดภัย”
ทางด้าน ชื่นสุมณ เลขะกุล พยาบาลงานป้องกันและควบคุมเชื้อ โรงพยาบาลหนองจิก จังหวัดปัตตานี เล่าถึงสถานการณ์โควิด-19 ในจังหวัดปัตตานีว่า “เรามีการเฝ้าระวังโควิด-19 ในเชิงรุกอยู่ตลอด พอทราบว่ามีคนกลับจากไปปฏิบัติศาสนกิจที่อินโดนีเซียก็ต้องรับเข้ามากักกันตัวเพื่อดูอาการ นอกจากนี้ เรายังร่วมมือกับจังหวัดปัตตานีและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดำเนินโครงการตรวจภูมิคุ้มกันในร่างกายจากผลเลือดเพื่อให้ค้นหาผู้ติดเชื้อได้เร็วขึ้น ซึ่งหากเราพบเร็วก็จะรักษาได้เร็ว และส่งผู้ป่วยกลับบ้านได้เร็วขึ้นด้วย”
คุณชื่นสุมณกล่าวเสริมว่า “พอมีสถานการณ์โควิด-19 เข้ามา เราจำเป็นต้องปิดตึกไปส่วนหนึ่งเพื่อเปิดเป็นวอร์ดสำหรับคนไข้โควิด-19 อุปกรณ์ป้องกันต่างๆ ก็เริ่มขาดแคลน ต้องจำกัดการใช้บ้าง หรือประยุกต์เอาถุงพลาสติกมาใช้บ้าง แต่ช่วงหลังก็ได้ความช่วยเหลือจากภาคเอกชนทำให้เรามีอุปกรณ์เพียงพอ แม้โรงพยาบาลหนองจิกจะเป็นเพียงโรงพยาบาลชุมชนเล็กๆ แต่การได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ก็เป็นกำลังใจสำคัญให้กับพวกเราทุกคน ให้ต่อสู้กันเต็มที่ ไม่ย่อท้อ และทำให้พวกเราหายกังวลในการทำงานไปได้มาก”