ซิสเตอร์ปิยฉัตร บุญมูล ตัวแทนจากศูนย์ธารชีวิตเพื่อสตรี ซึ่งมีภารกิจหลักในการส่งเสริมอาชีพและความเป็นอยู่ของกลุ่มสตรีในพัทยา เล่าถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า “คนนอกอาจมองว่าพัทยาเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยโอกาสมากมาย แต่ในอีกมุมหนึ่งก็มีคนที่ต้องดิ้นรนอยู่มากเช่นกัน ศูนย์ธารชีวิตเพื่อสตรีจึงเข้ามามีบทบาทช่วยเหลือคนกลุ่มนี้ ด้วยการเปิดสอนภาษาและทักษะต่าง ๆ เพื่อนำไปประกอบอาชีพ รวมทั้งให้คำปรึกษาแก่กลุ่มสตรีที่เผชิญปัญหาความรุนแรง ครอบครัวแตกแยก ปัญหาหนี้สิน หรือถูกเอารัดเอาเปรียบ เพื่อให้เขาสามารถเลี้ยงตัวเองได้ และไม่ตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ สืบเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 เราทราบว่าหลายคนตกงานไม่มีรายได้ส่งให้ครอบครัวที่ต่างจังหวัด และอีกหลายคนไม่มีที่พักต้องออกไปเร่ร่อนตามชายหาด ทางศูนย์ฯ จึงประสานงานกับภาครัฐอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบด้วยการแจกจ่ายอาหารกล่อง แต่ความช่วยเหลือที่ได้รับมานั้นก็ยังน้อยกว่าความต้องการอยู่มาก ดังนั้นการที่บ้านปูฯ ยื่นมือเข้ามาช่วยอีกแรงจึงถือเป็นความหวังที่ยิ่งใหญ่ของเรา ด้วยถุงยังชีพที่สามารถต่อชีวิตกลุ่มสตรีเหล่านี้ให้อยู่รอดต่อไปได้อีกอย่างมีกำลังใจ”
“ในยามที่สถานการณ์ปกติ พวกเขาเหล่านี้คือผู้ที่คอยสร้างความสุข สร้างสีสัน สร้างรายได้ให้กับประเทศชาติผ่านธุรกิจท่องเที่ยว ในยามลำบาก บ้านปูฯ จึงขอเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในสังคม ขณะเดียวกันก็หวังว่าสิ่งที่เราทำจะช่วยจุดประกายให้ประชาชนหรือหน่วยงานอื่นๆ อยากเข้ามามีส่วนช่วยหยิบยื่นน้ำใจให้กับกลุ่มคนที่ต้องการความช่วยเหลือ เพื่อที่เราทุกคนจะได้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยดี”อุดมลักษณ์กล่าวสรุป
นอกจากที่พัทยาแล้ว บ้านปูฯ ยังได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในจังหวัดชลบุรี ทั้งในอำเภอบ้านบึง อำเภอหนองใหญ่ และเขตอำเภอเมือง รวมเป็นการสนับสนุนถุงยังชีพทั้งจังหวัด 2,000 ถุง มูลค่ากว่า 1,900,000 บาท