บริษัท โกลบิช อคาเดเมีย (ไทยแลนด์) จำกัด สตาร์ทอัพ EdTech ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มการเรียน Live English Classroom ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ชี้ “โควิด-19” เป็นปัจจัยเร่งส่งผลให้การศึกษาทั่วโลกปรับตัวสู่การเรียนออนไลน์เต็มรูปแบบ ส่งผลให้เด็ก ผู้ปกครอง และครูคุ้นเคยกับการเรียนออนไลน์มากขึ้น แนะวงการศึกษาไทยควรสร้างมิติใหม่ในด้านรูปแบบการเรียนรับเปิดเทอม โดยผสมผสานการเรียนในห้องเรียนและการเรียนออนไลน์เข้าด้วยกันเพื่อสร้างรูปแบบการเรียนรู้ที่มีศักยภาพ ดึงจุดแข็งของการเรียนแต่ละแบบชดเชยจุดอ่อนกันและกัน ทั้งยังเป็นการเตรียมพร้อมรับมือกรณีโควิด-19 ที่อาจกลับมาระบาดรอบสอง ชี้การเรียนออนไลน์ควรจัดสรรอย่างเหมาะสม พร้อมเปิดสถิติเกี่ยวกับการใช้สมาธิในการเรียนของเด็กอายุ 6-9 และ 10-12 ปี พบว่าเด็กอายุ 6-9 ปี จะมีสมาธิที่ 20-45 นาที และสำหรับเด็กอายุ 10-12 ปี จะมีสมาธิที่ 30-60 นาที ซึ่งการเรียนในห้องเรียนหรือการเรียนออฟไลน์ปกติในโรงเรียน 1 คาบ ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 50 นาที ซึ่งนานเกินกว่าช่วงสมาธิของเด็กทั่วไปอยู่แล้ว และเมื่อโรงเรียนนำการเรียนแบบออฟไลน์มาจัดเป็นรูปแบบออนไลน์ ยิ่งควรต้องคำนึงถึงการทำให้เวลาเรียนสั้น และกระชับมากยิ่งขึ้น
ธกานต์ อานันโทไทย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท โกลบิช อคาเดเมีย (ไทยแลนด์) จำกัด (Globish) เผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น จนมีการผ่อนปรนมาตรการเฟส 4 คลายล็อค 11 สถานที่ ซึ่งมีสถานที่ของโรงเรียนและสถาบันการศึกษา ได้แก่ โรงเรียนในระบบประเภทนานาชาติ, สถาบันการศึกษาหรือมหาวิทยาลัยที่มีการเรียนการสอนหลักสูตรนานาชาติ, โรงเรียนนอกระบบประเภทกวดวิชาตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน และโรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนรวมทั้งโรงเรียนไม่เกิน 120 คนรวมอยู่ด้วย ส่งผลให้การเรียนการสอนในห้องเรียนกลับมาสู่ภาวะปกติ โดยในช่วงที่ผ่านมาโควิด-19 ได้เข้ามาเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดการเรียนการสอนออนไลน์ ทำให้เยาวชน ผู้ปกครอง และบุคลากรครูทั่วประเทศปรับตัวเข้าสู่โลกการเรียนการสอนออนไลน์ นำมาซึ่งการเรียนรู้ข้อดีและข้อเสียของเนื้อหาการเรียนรู้ นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการปรับปรุงพัฒนาเนื้อหาและวิธีการเรียนการสอนให้ดียิ่งขึ้น แต่ด้วยปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันโควิด-19 แม้สถานการณ์จะดีขึ้นแต่ก็ยังไม่สามารถวางใจได้ว่าจะเกิดการแพร่ระบาดซ้ำเหมือนในหลายประเทศหรือไม่ ฉะนั้นการเตรียมความพร้อมรับมือหากการแพร่ระบาดเกิดขึ้นในวงกว้างจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลยโดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมด้านการศึกษารองรับภาวะวิกฤติโควิด-19 และวิกฤติอื่น ๆ เพื่อไม่ให้การศึกษาของเด็กและเยาวชนสะดุด ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นโอกาสอันดีในการพัฒนาการศึกษาผ่านออนไลน์เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและช่องว่างการศึกษาในประเทศ