สิริวรรณ ศิริหวังสันติ Group Business Director แห่งบอนเซย์ เจเดน (ประเทศไทย) เล่าว่า “ก่อนหน้าที่จะเกิดการระบาดของโควิด-19 เราเตรียมปล่อยแคมเปญโปรโมทการท่องเที่ยวแคมเปญใหม่ แต่ก็ต้องหยุดไปก่อน ซึ่งเราเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งในการตัดสินใจของลูกค้าที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและสุขภาพเป็นสำคัญ แต่ในฐานะเอเจนซี่ที่เป็นพาร์ทเนอร์คู่คิดของลูกค้า เราไม่สามารถหยุดอยู่เฉย ๆ โดยไม่ทำอะไร เพียงเพราะลูกค้าบอกว่า ‘ไม่ต้องทำอะไร’ ..เพราะเราคือพาร์ทเนอร์กับลูกค้า”
ไม่ต้องรอบรีฟ ก็เริ่มงานได้
จุดตั้งต้นเริ่มมาจากความตั้งใจที่จะช่วยเหลือลูกค้าในยามวิกฤติ แทนที่จะนั่งรอบรีฟ เราตัดสินใจที่จะระดมความคิด ค้นหาอินไซต์ที่นักท่องเที่ยวต้องการมากที่สุดในช่วงโควิด-19 เพื่อแมทช์กับสิ่งที่การท่องเที่ยวสิงคโปร์ (ลูกค้าของเรา) สามารถเติมเต็มความต้องการนั้นได้
อินไซต์อย่างหนึ่งที่เราค้นพบจากการเลื่อน News Feed คือทุกคนโหยหาการท่องเที่ยว ดูได้จากการลงรูปเก่า ๆ ตอนที่เที่ยวอยู่ต่างประเทศใน Instagram หรือการเปลี่ยนแบ็กกราวด์ใน Zoom ขณะประชุม ซึ่งเป็นสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำให้เราได้หวนคิดถึงช่วงเวลาที่มีความสุขขณะท่องเที่ยว
บอนเซย์ เจเดน จึงได้หยิบอินไซต์นี้ขึ้นมาพัฒนาต่อเป็นไอเดียคอนเทนต์ที่จะช่วยให้ผู้ชมได้กลับไปท่องเที่ยวได้อีกครั้งแม้จะอยู่ที่บ้านก็ตาม
สัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวเสมือนจริงไม่จำเป็นต้อง ‘ล้ำ’ หรือ ‘ยาก’ เสมอไป
การท่องเที่ยวเสมือนจริง หรือ Virtual Tourism เป็นหนึ่งในหัวข้อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในช่วงโควิด-19 แต่เมื่อพูดถึงเทคโนโลยีนี้ หลายคนก็ยังคงมีกำแพงบางอย่างที่ทำให้ไม่สะดวกที่จะใช้ ไม่ว่าจะเป็น ความไม่พร้อมในการติดตั้งแอปฯ ใหม่ หรือซื้ออุปกรณ์ที่รองรับเทคโนโลยี VR ใหม่ยกเซ็ต ด้วย Pain Points เหล่านี้เอง ทำให้บอนเซย์ เจเดนได้คิดค้นไอเดียที่ยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลางด้วยการทำให้การท่องเที่ยวเสมือนจริงเข้าถึงได้ง่ายสำหรับทุกคน
ไอเดียนี้จะพลิกโฉมการท่องเที่ยวช่วงโควิด-19 ที่หลายคนทำได้แค่ดูอัลบั้มรูปที่คนอื่นไปเที่ยวมา เปลี่ยนเป็นให้ทุกคนสามารถเดินทางและสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวได้ด้วยตัวเองผ่านเทคโนโลยี
- Google Street Review: แนวคิดที่เรียบง่ายแต่สร้าง Impact มหาศาล ทุกคนสามารถใช้งานฟีเจอร์นี้จาก Google ได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องซื้อแว่นตา VR หรือติดตั้งโปรแกรมใหม่