ยงยุทธ สง่างาม ผู้อำนวยการภาพลักษณ์องค์กร บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) กล่าวที่มาของความร่วมมือในโครงการดังกล่าวว่า กว่า 20 ปีที่ผ่านมา บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมมือกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน เพื่อให้การสนับสนุนโครงการพัฒนาฝีมือแรงงานไทย ด้านวิชาชีพช่างก่อสร้าง โดยปัจจุบันประกอบด้วย โครงการสนับสนุนปูนซีเมนต์เพื่อให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้ใช้ในการฝึกฝีมือแรงงานทั่วประเทศ และโครงการฝึกอบรมช่างก่อสร้างอินทรี 4.0 (INSEE Construction 4.0) ทั้งการฝึกภาคปฏิบัติ และการฝึกอบรมแบบออนไลน์ เพื่อช่วยยกระดับพัฒนาฝีมือแรงงานไทยด้านช่างก่อสร้างให้มีมาตรฐานสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวได้ต่อไป
“ในปัจจุบันผลิตภัณฑ์วัสดุก่อสร้างต่าง ๆ มีการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยี่และนวัตกรรมใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา บริษัทจึงได้ต่อยอดการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน ด้วยการดำเนินโครงการช่างก่อสร้างอินทรี 4.0 โดยให้พนักงานของบริษัทที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในแต่ละผลิตภัณฑ์ เป็นวิทยากรในการฝึกอบรมภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติ ให้กับช่างฝีมือแรงงานสาขาอาชีพช่างก่อสร้างและประชาชนทั่วไป ให้มีความรู้ และทักษะงานก่อสร้างที่ได้มาตรฐาน เรียนรู้นวัตกรรมสมัยใหม่ เทคนิคการใช้งานและการติดตั้งของผลิตภัณฑ์ประเภทต่างๆ ซึ่งโครงการช่างก่อสร้าง 4.0 นี้ บริษัทร่วมมือกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มาตั้งแต่ปี 2560 โดยจัดการฝึกอบรม กระจายไปทั่วประเทศ ได้แก่ จังหวัดสุพรรณบุรี สระบุรี ราชบุรี ปทุมธานี สิงห์บุรี เชียงใหม่ นครราชสีมา สุราษฎร์ธานี โดยในปี 2563 นี้ บริษัทฯ วางแผนการจัดการฝึกอบรมหลักสูตรการใช้งานปูนซีเมนต์เพื่องานก่อสร้าง หลักสูตรการติดตั้งผนังและพื้นไม้คอนวูด หลักสูตรการปูกระเบื้องด้วยกาวซีเมนต์อินทรีมอร์ตาร์ ที่จังหวัดสุพรรณบุรี สระบุรี และกรุงเทพฯ โดยจะเป็นการฝึกอบรมแบบ New Normal เพิ่มหลักสูตรการเรียนรู้ผ่านทางออนไลน์ และมีการกำหนดจำนวนผู้เข้ารับการอบรมไม่เกิน 25 คนต่อรุ่น รวมถึงให้มีการสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดระยะเวลาการฝึกอบรมอีกด้วย”
ยงยุทธ กล่าวเสริมว่า “ปูนอินทรี เป็นองค์กรที่ทำธุรกิจโดยยึดถือหลักธรรมาภิบาล และความรับผิดชอบต่อสังคม ดังนั้นการสนับสนุนภาครัฐ อย่างกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ยังเป็นการส่งเสริมให้คนไทยมีทักษะฝีมือที่ดีในสาขาช่างต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ หรือสังคม ทั้งยังไปช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทยต่อไป”