BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
1,919
VIEWS

TPIPP โชว์ผลงานQ2/63 กำไรสุทธิ1,172 ลบ. เพิ่มกำลังการผลิตRDFเพื่อขายให้บริษัทแม่

ส.ค. 17, 2563

‘บมจ.ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์’ หรือ TPIPP ผู้ประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิงจากขยะ (RDF) และโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนทิ้งรายใหญ่ของไทย โชว์ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2563 ทำกำไรสุทธิ 1,172 ล้านบาท และรายได้รวม 2,949 ล้านบาท ดันผลงานครึ่งปีแรก ทำกำไรสุทธิ 2,139 ล้านบาท และรายได้รวม 5,525 ล้านบาท เดินหน้าเพิ่มกำลังการผลิต RDF พร้อมกับยังปรับปรุงเครื่องจักร ต่อเนื่อง เพื่อดัน Utilization Rate ให้ได้ตามเป้าที่ 95% หนุนเติบโตในอนาคต

ภัคพล เลี่ยวไพรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบัญชีและการเงิน TPIPP เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2563 มีรายได้รวม 2,949 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,172 ล้านบาท เติบโตต่อเนื่องจากไตรมาส 1/2563 ที่มีรายได้รวม 2,596 ล้านบาท และกำไรสุทธิที่ 967 ล้านบาท เป็นผลจากปริมาณขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 15.14% โดยผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกของปี  2563 TPIPP มีรายได้รวมทั้งสิ้น 5,525 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.01% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 5,211 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 2,139 ล้านบาท ลดลง 4.25% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่ทำได้ 2,234 ล้านบาท เนื่องจากเกิดเหตุขัดข้องจากสายส่งส่วนกลางใน Q1/2563

 

บริษัทอยู่ระหว่างการเพิ่มกำลังการผลิต RDF เพื่อขายให้กับ TPIPL (บริษัทแม่) ซึ่งอยู่ระหว่างการปรับปรุงเครื่องจักรเพื่อให้สามารถรองรับเชื้อเพลิงที่หลากหลายชนิดได้ โดยหลังจากการปรับปรุงแล้วเสร็จ TPIPL จะสามารถลดต้นทุนทางด้านพลังงานลงในขณะที่ TPIPP จะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขาย RDF ซึ่งถือว่าเป็น win-win situation สำหรับทั้งสองบริษัท นอกจากนี้ ทางบริษัทยังอยู่ในระหว่างการเตรียมปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าของหม้อต้มไอน้ำ (Boiler) ต่อเนื่อง เพื่อให้การผลิตไฟฟ้าของบริษัทฯ มีเสถียรภาพแม้อยู่ในช่วงปิดซ่อมบำรุง อีกทั้งจะทำให้อัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) เพิ่มขึ้นเป็นไม่ต่ำกว่า 95% ตลอดเวลาทั้งปี โดยคาดว่าการปรับปรุงจะแล้วเสร็จในช่วง Q4/2563

 

สำหรับความคืบหน้าการพัฒนาโครงการพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ (SEZ) บริษัทได้ซื้อที่ดิน ณ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เพื่อพัฒนาโครงการเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”ไปสู่เมืองต้นแบบที่ 4 อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ในฐานะเมืองอุตสาหกรรมแห่งอนาคตตามนโยบายของรัฐบาลที่จะพัฒนาและบริหารพื้นที่ชายแดนภาคใต้เพื่อความสงบและมั่นคงของประเทศ โดยคณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภายใต้ (ศอ.บต) เสนอกำหนดให้พื้นที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้เป็นการเฉพาะกิจตามพระราชบัญญัติการบริหารราชการ จัดการชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553 และให้บริษัทเสนอแผนดำเนินการโครงการมูลค่าการลงทุน 396,000 ล้านบาท เพื่อให้มีการกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาค สร้างอาชีพแก่ประชาชนในพื้นที่ และเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ต่อมาเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในการพัฒนาโครงการดังกล่าว และให้ ศอ.บต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ

 

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2563 ศอ.บต. ได้มีหนังสือถึงบริษัทแจ้งให้บริษัททราบว่า ศอ.บต. ได้เสนอให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (“กพต.”) พิจารณาให้ความเห็นชอบด้วยแล้ว ตามการประชุมกพต. ครั้งที่ 1/2562 เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2562 และเสนอคณะรัฐมนตรีรับทราบและเห็นชอบแล้ว เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2563 ในขณะนี้ ศอ.บต. ได้ประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับแผนการลงทุนภาคเอกชน ได้ไปดำเนินการต่อไป อาทิ กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย และองค์การบริหารจังหวัดสงขลา พิจารณาดำเนินการปรับเปลี่ยนผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน ให้สอดรับการลงทุนพัฒนาโครงการตามแผนลงทุนเร่งด่วนของเอกชน และกระทรวงพลังงาน พิจารณาสนับสนุนกำลังผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Power Development Plan) เป็นต้น รวมทั้งมีข้อเสนอให้ภาคเอกชนมีหน้าที่ต้องดำเนินการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environment Impact Assessment : EIA) และหรือ การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (Environment and Health Impact Assessment : EHIA) แล้วแต่กรณี เพื่อให้เกิดการพัฒนาไปพร้อมกันในปี พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป

 

ทั้งนี้ กรณีการประสานงานมวลชน ภาคประชาชน ภาคประชาสังคมในพื้นที่ 3 ตำบล ของอำเภอ จะนะ จังหวัดสงขลา ขอให้บริษัทประสานงานและทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับคณะทำงานตามที่ ศอ.บต. จัดตั้งตามข้อเสนอของประชาชนในพื้นที่เพื่อรองรับกระบวนการทำงานของภาคเอกชนผ่านพลังภาคประชาชน เพื่อให้การทำงานมีความเป็นเอกภาพ เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาพื้นที่และการพัฒนาประชาชนอย่างแท้จริงและเป็นไปตามเป้าหมายของโครงการที่ต้องการให้อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เป็นพื้นที่เศรษฐกิจเฉพาะที่มีความสมบูรณ์ ครบวงจรและเป็นกลไกสำคัญขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจทั้งระบบครบวงจรของอนุภูมิภาคใต้ตอนล่าง ที่สามารถเชื่อมโยงไปยังพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งยังเชื่อมโยงการพัฒนาเศรษฐกิจไปยังประเทศอื่นๆ ทั่วโลก อันจะทำให้จังหวัดชายแดนภาคใต้มีพื้นที่ปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญของการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สามารถรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ในระยะยาวต่อไปได้ เช่นเดียวกับภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศไทยต่อไป และขอให้บริษัทดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปตามแนวทางตามกฏหมาย มติคณะรัฐมนตรี ระเบียบ คำสั่ง แนวทางปฏิบัติของส่วนราชการอย่างเคร่งครัดด้วย ภัคพล กล่าว

‘บมจ.ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์’ หรือ TPIPP ผู้ประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิงจากขยะ (RDF) และโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนทิ้งรายใหญ่ของไทย โชว์ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2563 ทำกำไรสุทธิ 1,172 ล้านบาท และรายได้รวม 2,949 ล้านบาท ดันผลงานครึ่งปีแรก ทำกำไรสุทธิ 2,139 ล้านบาท และรายได้รวม 5,525 ล้านบาท เดินหน้าเพิ่มกำลังการผลิต RDF พร้อมกับยังปรับปรุงเครื่องจักร ต่อเนื่อง เพื่อดัน Utilization Rate ให้ได้ตามเป้าที่ 95% หนุนเติบโตในอนาคต

 

ภัคพล เลี่ยวไพรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบัญชีและการเงิน TPIPP เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2563 มีรายได้รวม 2,949 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,172 ล้านบาท เติบโตต่อเนื่องจากไตรมาส 1/2563 ที่มีรายได้รวม 2,596 ล้านบาท และกำไรสุทธิที่ 967 ล้านบาท เป็นผลจากปริมาณขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 15.14% โดยผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกของปี  2563 TPIPP มีรายได้รวมทั้งสิ้น 5,525 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.01% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 5,211 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 2,139 ล้านบาท ลดลง 4.25% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่ทำได้ 2,234 ล้านบาท เนื่องจากเกิดเหตุขัดข้องจากสายส่งส่วนกลางใน Q1/2563

 

บริษัทอยู่ระหว่างการเพิ่มกำลังการผลิต RDF เพื่อขายให้กับ TPIPL (บริษัทแม่) ซึ่งอยู่ระหว่างการปรับปรุงเครื่องจักรเพื่อให้สามารถรองรับเชื้อเพลิงที่หลากหลายชนิดได้ โดยหลังจากการปรับปรุงแล้วเสร็จ TPIPL จะสามารถลดต้นทุนทางด้านพลังงานลงในขณะที่ TPIPP จะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขาย RDF ซึ่งถือว่าเป็น win-win situation สำหรับทั้งสองบริษัท นอกจากนี้ ทางบริษัทยังอยู่ในระหว่างการเตรียมปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าของหม้อต้มไอน้ำ (Boiler) ต่อเนื่อง เพื่อให้การผลิตไฟฟ้าของบริษัทฯ มีเสถียรภาพแม้อยู่ในช่วงปิดซ่อมบำรุง อีกทั้งจะทำให้อัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) เพิ่มขึ้นเป็นไม่ต่ำกว่า 95% ตลอดเวลาทั้งปี โดยคาดว่าการปรับปรุงจะแล้วเสร็จในช่วง Q4/2563

 

สำหรับความคืบหน้าการพัฒนาโครงการพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ (SEZ) บริษัทได้ซื้อที่ดิน ณ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เพื่อพัฒนาโครงการเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”ไปสู่เมืองต้นแบบที่ 4 อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ในฐานะเมืองอุตสาหกรรมแห่งอนาคตตามนโยบายของรัฐบาลที่จะพัฒนาและบริหารพื้นที่ชายแดนภาคใต้เพื่อความสงบและมั่นคงของประเทศ โดยคณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภายใต้ (ศอ.บต) เสนอกำหนดให้พื้นที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้เป็นการเฉพาะกิจตามพระราชบัญญัติการบริหารราชการ จัดการชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553 และให้บริษัทเสนอแผนดำเนินการโครงการมูลค่าการลงทุน 396,000 ล้านบาท เพื่อให้มีการกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาค สร้างอาชีพแก่ประชาชนในพื้นที่ และเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ต่อมาเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในการพัฒนาโครงการดังกล่าว และให้ ศอ.บต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ

 

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2563 ศอ.บต. ได้มีหนังสือถึงบริษัทแจ้งให้บริษัททราบว่า ศอ.บต. ได้เสนอให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (“กพต.”) พิจารณาให้ความเห็นชอบด้วยแล้ว ตามการประชุมกพต. ครั้งที่ 1/2562 เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2562 และเสนอคณะรัฐมนตรีรับทราบและเห็นชอบแล้ว เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2563 ในขณะนี้ ศอ.บต. ได้ประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับแผนการลงทุนภาคเอกชน ได้ไปดำเนินการต่อไป อาทิ กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย และองค์การบริหารจังหวัดสงขลา พิจารณาดำเนินการปรับเปลี่ยนผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน ให้สอดรับการลงทุนพัฒนาโครงการตามแผนลงทุนเร่งด่วนของเอกชน และกระทรวงพลังงาน พิจารณาสนับสนุนกำลังผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Power Development Plan) เป็นต้น รวมทั้งมีข้อเสนอให้ภาคเอกชนมีหน้าที่ต้องดำเนินการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environment Impact Assessment : EIA) และหรือ การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (Environment and Health Impact Assessment : EHIA) แล้วแต่กรณี เพื่อให้เกิดการพัฒนาไปพร้อมกันในปี พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป

 

ทั้งนี้ กรณีการประสานงานมวลชน ภาคประชาชน ภาคประชาสังคมในพื้นที่ 3 ตำบล ของอำเภอ จะนะ จังหวัดสงขลา ขอให้บริษัทประสานงานและทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับคณะทำงานตามที่ ศอ.บต. จัดตั้งตามข้อเสนอของประชาชนในพื้นที่เพื่อรองรับกระบวนการทำงานของภาคเอกชนผ่านพลังภาคประชาชน เพื่อให้การทำงานมีความเป็นเอกภาพ เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาพื้นที่และการพัฒนาประชาชนอย่างแท้จริงและเป็นไปตามเป้าหมายของโครงการที่ต้องการให้อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เป็นพื้นที่เศรษฐกิจเฉพาะที่มีความสมบูรณ์ ครบวงจรและเป็นกลไกสำคัญขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจทั้งระบบครบวงจรของอนุภูมิภาคใต้ตอนล่าง ที่สามารถเชื่อมโยงไปยังพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งยังเชื่อมโยงการพัฒนาเศรษฐกิจไปยังประเทศอื่นๆ ทั่วโลก อันจะทำให้จังหวัดชายแดนภาคใต้มีพื้นที่ปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญของการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สามารถรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ในระยะยาวต่อไปได้ เช่นเดียวกับภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศไทยต่อไป และขอให้บริษัทดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปตามแนวทางตามกฏหมาย มติคณะรัฐมนตรี ระเบียบ คำสั่ง แนวทางปฏิบัติของส่วนราชการอย่างเคร่งครัดด้วย ภัคพล กล่าว

มิตซูบิชิ อีเล็คทริค ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ ลดคาร์บอนเทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า 26,300 ต้น

บ้านร้อน ไข่แพง หมูไม่รอด ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

EV Station PluZ ยืนหนึ่งแบรนด์ผู้นำตลาด ปี 2026 ตอกย้ำความสำเร็จ Ecosystem พลังงานสะอาดที่เข้าถึงคนไทยมากที่สุด

“เราจะเป็นกระดาษรีมสุดท้ายบนโลก” เปิด DNA ความยั่งยืน Double A จากพลังงานสะอาดสู่เป้าหมาย Net Zero

สยามพิวรรธน์ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ความยั่งยืนระดับโลก ชู “NEXTOPIA” สยามพารากอน เป็นแลนด์มาร์กหลักฉลอง 20 ปี Earth Hour มุ่งหน้าสู่พลังงานสะอาด 100%

บี.กริม เพาเวอร์ เดินหน้า GreenLeap ปี 2569 เร่งขยายพลังงานหมุนเวียนทั่วโลก และลงทุนดิจิทัลอินฟราฯ เสริมธุรกิจหลัก มุ่งสู่ Net Zero

แรนดี้ – ชัยชัช นพประภา ปั้นตลาดโอมากาเสะสไตล์ “Fillets” เปลี่ยนซูชิเป็นประสบการณ์ เปลี่ยนร้านอาหารเป็นโรงละคร

ถอดรหัส 3 Intelligence Engines กลยุทธ์ปับลิซิส กรุ๊ป รับมือโลกการตลาดยุคซับซ้อน

“Passion ไม่พอ ต้องเข้าใจเกม” สูตรสำเร็จของ “ภิสสรา อุมะวิชนี” ผู้ก่อตั้ง Parfums Dusita

ชวนคิดตาม รศ.นพ.ฉันชาย ออกแบบชีวิตก่อนที่ชีวิตจะออกแบบเรา บทเรียนจาก Living for Lasting Life

Read More Stories  

Research

หรือนี่คือเหตุผลคนรุ่นใหม่ไม่อยากมีลูก ชะตากรรมเด็ก Gen Beta ปริญญาไร้ค่า ไร้งานออฟฟิศ บำนาญ+ประกันสังคมไม่พอใช้

สรุป 5 ประเด็นร้อนสงกรานต์ 2569 ‘สีลม’ ยังแตก ‘เชียงใหม่’ คือม้ามืด และศึก ‘พอกผิว’ ที่กลายเป็นไวรัลทั่ว TikTok

ราคาเบนซินพุ่งสูง ส่งผลยอดขาย EV ในยุโรป ทำสถิติสูงสุดในเดือนมีนาคม 2026

ดัชนีศูนย์กลางการเงินโลก นิวยอร์กยืนหนึ่ง โตเกียวคืนฟอร์ม ไทยร่วงสู่อันดับ 100 ตามหลังเวียดนาม

Read More Stories  

Digest

เอไอเอ ประเทศไทย ร่วมรณรงค์ความปลอดภัยการเดินทางและการส่งเสริมการประกันภัย ในช่วงเทศกาลสงกรานต์

LH Bank จับมือ บิ๊กซี เปิดให้บริการฝาก-ถอนเงินสด พร้อมโปรโมชันฝากเงินรับคูปองส่วนลด

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จัดกิจกรรม T Mark Clinic ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 เสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการไทยกว่า 100 รายสู่มาตรฐานสากล

Unboxing Ideas

Farmhouse Fact รู้หรือไม่ สีคลิปหนีบถุงขนมปัง มีสีต่างกันตาม 'วันที่วางขาย'

อยากกินก็ต้องทนรอ จาก 3 วิ เป็น 3 นาที KitKat กับ Vending Machine ที่ช้าสุดในโลก

ดื่มน้อยลง ออกมาทำกิจกรรมมากขึ้น ถอดรหัส RISE Coffee กับการปั้น ‘Morning Affair’ ดึงคนร่วมงานกว่า 4,000 คน

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact