แม้สิงห์จะใช้ความพยายามในการสร้างรูปแบบการดื่มด้วยการนำไปผสมเครื่องดื่มต่างๆ ที่ไม่ใช่แค่เพียงผสมกับเหล้าเพียงอย่างเดียว แต่รูปแบบการบริโภคหลักๆ ก็ยังคงอยู่ที่การผสมเป็นมิกเซอร์ การเติบโตของสิงห์จึงยังมีข้อจำกัดบางอย่างอยู่
แต่การออกสินค้าใหม่คือสิงห์เลมอน โซดา ในครั้งนี้ จะเป็นการขยายฐาน และขยายรูปแบบการดื่มไปสู่กลุ่มคนใหม่ๆ โดยส่วนหนึ่งจะเข้าไปแชร์ตลาดน้ำอัดลมที่มีมูลค่าตลาดสูงถึง 56,000 ล้านบาท โดยวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์เป็นเครื่องดื่มทางเลือกเพื่อสุขภาพ และเครื่องดื่มดับกระหายให้ความสดชื่น เจาะกลุ่มเป้าหมายครอบคลุมตลาดใน 2 หมวด(Category)แบ่งเป็น เครื่องดื่มน้ำอัดลมมูลค่า 56,000 ล้านบาท และโซดากว่า15,000 ล้านบาท เมื่อรวม 2 ตลาดคิดเป็นมูลค่ามากกว่า 70,000 ล้านบาท
นั่นคือ เป้าหมายแรกที่ต้องการเพิ่ม New User โดยเล็งไปที่กลุ่มคนดื่มน้ำอัดลม โดยเฉพาะน้ำอัดลมแบบไม่มีน้ำตาลที่มีเทรนด์การเติบโตค่อนข้างดีในช่วง 2 – 3 ปีหลังมานี้ ตามไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่นิยมดื่มเครื่องดื่มที่ให้รสชาติอร่อย แต่ไม่มีน้ำตาลมากขึ้น สังเกตได้จากการเติบโตแบบก้าวกระโดดของตลาดน้ำอัดลมไม่มีน้ำตาล ที่โตจากตลาดที่มีมูลค่าแค่ 500 ล้านบาท ไปเป็นมากกว่า 2,000 ล้านบาทในปัจจุบัน