นพ.สุรินทร์ ประสิทธิ์หิรัญ ประธานกรรมการบริหาร โรงพยาบาลราชธานี กล่าวว่า “ในช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีข่าวลือแพร่สะพัดบนโลกโซเชียลมีเดียว่ามีนักท่องเที่ยวชาวจีนป่วยด้วยโรคโควิด-19 มาเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลราชธานี ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โรงพยาบาลเอกชนที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัด ข่าวลวงดังกล่าวแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็วบนโซเชียลมีเดีย และได้สร้างความตื่นตระหนกในหมู่ผู้ใช้บริการและชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจำนวนมาก
ช่วงนั้นมีทั้งแพทย์ เจ้าหน้าที่ และคนไข้ โทรศัพท์และส่งข้อความเข้ามาสอบถาม ทางโรงพยาบาลต้องใช้ช่องทางสื่อสารทุกช่องทางเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง ทั้งในไลน์กลุ่มคนไข้ ข้อความ SMS และเพจเฟซบุ๊ก ถ้าเราไม่มีการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องออกไปอย่างทันท่วงที คนไข้ก็อาจจะไม่มาเข้ารับบริการกับเรา ซึ่งจะสร้างความเสียหายมหาศาลให้กับโรงพยาบาล เทคโนโลยีการสื่อสารทำให้เราผ่านพ้นวิกฤตช่วงนั้นมาได้”
แม้จะมีการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ลงเป็นที่เรียบร้อย แต่โรงพยาบาลราชธานีก็ใช้เทคโนโลยีการสื่อสาร มาช่วยปรับเปลี่ยนวิถีการให้บริการให้สอดรับกับมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม และพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีความระมัดระวังในการออกจากบ้านมากขึ้น อาทิ การส่งข้อความผ่าน SMS และแอปพลิเคชันไลน์ เพื่อแจ้งเตือนคนไข้เมื่อใกล้ถึงวันนัดหมาย และการส่งยาทางไปรษณีย์ในกรณีที่คนไข้ไม่จำเป็นต้องเดินทางมาเข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาล ทางโรงพยาบาลยังมีแผนจะนำแอปพลิเคชันมือถือมาใช้บริหารจัดการระบบคิวและการรับยา พร้อมทั้งเพิ่มช่องทางการชำระเงินผ่าน QR Code เพื่อลดการสัมผัสด้วย
นอกจากการให้บริการทางการแพทย์แล้ว เทคโนโลยีการติดต่อสื่อสารยังอำนวยความสะดวกในการติดต่อประสานงานระหว่างบุคลากรในโรงพยาบาล นับตั้งแต่การส่งข้อความและภาพ ไปจนถึงการประชุมทางไกลเพื่อให้คำปรึกษาระหว่างแพทย์ต่างแผนก ทำให้ขั้นตอนการรักษาเกิดความรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น “บางทีแพทย์เขาถ่ายรูปในห้องผ่าตัดหรือวิดีโอคอลล์ เพื่อขอความเห็นจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญท่านอื่นๆ ทำให้หลายครั้งแพทย์เฉพาะทางเหล่านี้ไม่ต้องเดินทางมาโรงพยาบาลจริงๆ ช่วยย่นระยะเวลาการผ่าตัด ซึ่งส่งผลดีต่อคนไข้”