โตเร็วและแรง
จากการเปิดให้บริการวันแรกที่มีรถเพียง 20 คันในปี 2010 ปัจจุบัน Gojekมีคนขับในระบบมากถึง 2,000,000 คนทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิตัลของประเทศอินโดนีเซีย
ในปี 2019 Gojekสร้างรายได้ให้กับเศรษฐกิจของประเทศอินโดนีเซียสูงถึง 7.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ (หรือกว่า 2 แสนล้านบาท) โดยรายได้รวมของพาร์ทเนอร์ที่ทำงานร่วมกับ Gojekคิดเป็น 1% ของจีดีพี ของประเทศอินโดนีเซีย (จากการสำรวจของ University of Indonesia, School of Economics and Business Demogrpahic Institute เมื่อเดือนสิงหาคม 2020)
ล่าสุด เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา Gojekในเวียดนามได้รีแบรนด์และเปลี่ยนชื่อจาก GoVietเป็น Gojek Vietnam และได้รับการตอบรับที่ล้นหลามด้วยจำนวนพาร์ทเนอร์คนขับและร้านค้ากว่าแสนรายทั่วเมืองฮานอย และโฮจิมินห์
แนวคิด “ซูเปอร์แอพ”
ซูเปอร์แอพได้เปลี่ยนวิถีของผู้บริโภคเอเชียในการซื้ออาหาร หรือเดินทางในเมืองไปโดยสิ้นเชิง ด้วยบริการแบบออน-ดีมานด์ที่หลากหลาย อย่างเช่น การขนส่ง การบริการรับส่ง และอืนๆ ที่ถูกรวมเอาไว้ในแพลตฟอร์มเดียว และเทรนด์นี้กำลังขยายตัวอย่างมาก เนื่องจากบริษัทหลายๆ แห่งเริ่มที่จะปรับจากการคิดค้นแอพเพื่อตอบแค่วัตถุประสงค์เดียว มาเป็นซูเปอร์แอพ ที่ตอบความต้องการของคอนซูเมอร์ที่ครอบคลุมและหลากหลายทั่วเอเชีย
ในระดับโลก Gojekเป็นที่ยอมรับในฐานะซูเปอร์แอพที่ประสบความสำเร็จในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน โดยเฉพาะพาร์ทเนอร์คนขับกว่า 2 ล้านคน และพาร์ทเนอร์ร้านเค้าอีกกว่า 550,000 แห่ง ที่อาศัยอยู่ใน 200 เมืองทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเร็วๆ นี้ Gojekจะนำเทคโนโลยีมาช่วยสร้างผลกระทบเชิงบวกให้เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยมั่นใจว่า ผู้ใช้งานจะชอบในแนวคิด ซูเปอร์แอพ ที่ใช้งานง่าย เป็นประโยชน์ บริการหลากหลาย พร้อมด้วยประสบการณ์รอบด้าน