LG ThinQ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม AI ของแอลจียังคงได้รับการพัฒนาและบุกเบิกนวัตกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสรรค์บริการ โซลูชั่น และโมเดลเชิงธุรกิจใหม่ๆ ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดย ดร. ไอพี ปาร์ค กล่าวว่า “LG ThinQ เป็นหัวใจสำคัญของประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ดียิ่งขึ้นซึ่งมาจากนวัตกรรมต่างๆ ของเรา” พร้อมกันนั้น ดร.ไอพี ปาร์ค ได้สาธิตการทำงานของแอพ LG ThinQ ที่ได้รับการอัพเดทครั้งใหม่ ซึ่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่คำนึงถึงความต้องการของผู้ใช้เป็นหลัก ครอบคลุมตั้งแต่การให้ความช่วยเหลือลูกค้าไปจนถึงการสั่งซื้อสินค้า ในการใช้งานแอพดังกล่าว เทคโนโลยี Proactive Customer Care (PCC) ที่พัฒนาขึ้นจากเทคโนโลยี AI จะทำหน้าที่วิเคราะห์และรายงานสถานะการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ กลับมา อีกทั้งยังให้คำแนะนำในการซ่อมบำรุงเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านั้นได้อีกด้วย
แอลจีเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มากกว่าการใช้ชีวิตภายในบ้าน โดยลงทุนด้านการพัฒนาเทคโนโลยีที่มีความหลากหลาย ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาการใช้ชีวิตในแต่ละวันของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง หุ่นยนต์ CLOi ของแอลจีสามารถนำเสนอวิธีที่ปลอดภัยและสอดคล้องกับมาตรการการเว้นระยะห่างทางสังคมในการให้บริการในร้านอาหารและโรงพยาบาล ตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หุ่นยนต์ LG CLOi ServeBots ได้ถูกส่งไปยังสถานที่ต่างๆ ในย่านการค้าทั่วประเทศเกาหลีใต้ ในฐานะผู้บุกเบิกด้านวิทยาการหุ่นยนต์ แอลจีมีวิสัยทัศน์ในการขยายอีโคซิสเต็มหุ่นยนต์ผ่านแพลตฟอร์ม CLOi โดยให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ การวิเคราะห์สถานการณ์ และการควบคุมการเคลื่อนไหว ด้วยการลดระยะเวลาที่ใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ล้ำสมัย ซึ่งเป็นพลังขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรม ดร. ไอพี ปาร์ค ยังได้เน้นถึงวิธีการที่หุ่นยนต์ CLOi 2.0 จะสามารถทำหน้าที่เป็นตัวแทนการปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสามารถทำงานร่วมกับระบบ Robot Operating System (ROS) 2 ได้อีกด้วย
แอลจียังได้พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการด้านสาธารณสุขทางไกล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการปฏิรูปเชิงดิจิทัล โดย ดร.ไอพี ปาร์ค กล่าวว่า “AI ทำให้เราสามารถติดตามสุขภาพของผู้บริโภคได้ตลอด 24 ชั่วโมงอย่างง่ายดายและแม่นยำยิ่งขึ้น เมื่อเร็วๆ นี้ เราสามารถดำเนินโครงการนำร่องในประเทศเกาหลีใต้ร่วมกับมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล (Seoul National University) ในการใช้ AI เพื่อพัฒนาการติดตามและดูแลคนไข้ที่มีอาการป่วยเรื้อรังได้สำเร็จ”