ในปีที่ตลาดบัตรเครดิตเผชิญคลื่นลมทุกทิศ บัตรเครดิต กรุงศรีเลือกเดินสวนกระแส และนี่คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุดว่าทำไมแบรนด์นี้ถึงยังยืนหนึ่งในใจผู้บริโภคไทย
ปี 2025 คือปีที่หนักสำหรับแทบทุกธุรกิจในประเทศ เศรษฐกิจในประเทศที่ยังคงฟื้นตัวช้า ภัยธรรมชาติ ความขัดแย้งระดับโลก รวมถึงการปรับแนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับมาตรการควบคุมของภาครัฐ ปัจจัยรอบทิศทางเหล่านี้มีผลต่อตลาดบัตรเครดิตในภาพรวม และผู้เล่นส่วนใหญ่เลือกตั้งรับด้วยการลดสิทธิประโยชน์เพื่อประคองต้นทุน บัตรเครดิต กรุงศรีก็ไม่อาจหลีกพ้นแรงกดดันเหล่านั้นได้เช่นกัน ทว่าสิ่งที่แตกต่างคือทิศทางที่เลือกเดิน
แทนที่จะถอย บัตรเครดิต กรุงศรีเลือกรุก
ภายใต้แนวคิด 'Life Worth Living : คุณค่าในแบบคุณ' บัตรเครดิต กรุงศรี ยกระดับสิทธิประโยชน์บัตรเรือธงใหม่ทั้งชุด จับมือพันธมิตรชั้นนำเพื่อเพิ่มคุณค่าในทุกการใช้จ่าย เที่ยว ช้อป กิน ตั้งแต่การรับพอยต์สะสมสูงสุด 5 เท่า เมื่อใช้จ่ายที่ห้างชั้นนำและจองตั๋วเครื่องบินหรือโรงแรมที่ร่วมรายการ แลกพอยต์เท่ายอดซื้อ เป็นส่วนลด 20% สำหรับบัตรโดยสาร ไปจนถึงสิทธิพิเศษในโรงแรมระดับพรีเมียมและร้านอาหาร ฝั่งดีไซน์ก็ไม่น้อยหน้า เมื่อหน้าบัตรโฉมใหม่ถูกออกแบบโดย 'Benzilla' หรือ ปริญญา ศิริสินสุข ศิลปินสตรีตอาร์ตชื่อดัง เติมสีสันดึงดูดใจคนรุ่นใหม่ได้อย่างไม่ฝืนธรรมชาติ
ผลลัพธ์สะท้อนชัดเจนในตัวเลข จำนวน New Card ภาพรวมโตขึ้นถึง 89% ภายใน 6 เดือน ยอดการใช้จ่ายในหมวดท่องเที่ยวอย่างบริษัททัวร์ และสายการบินโตราว 15% กลุ่ม Mass Segment มีความถี่การใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ทั้งซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านอาหาร โตประมาณ 3% ขณะที่กลุ่ม Premium Segment มียอดใช้จ่ายหมวดประกันเพิ่มขึ้นถึง 17% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ผลลัพธ์เหล่านี้สะท้อนว่า การลงทุนใน “คุณค่าที่ลูกค้ารับรู้ได้” สามารถขับเคลื่อนทั้งการเติบโตและการมีส่วนร่วมของลูกค้าได้จริง แม้ในสภาวะตลาดที่ไม่เอื้ออำนวย

"บัตรเครดิต กรุงศรีไม่เคยหยุดนิ่งที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ในปีที่บัตรส่วนใหญ่ในตลาดปรับลดสิทธิประโยชน์ลงเพราะสภาพเศรษฐกิจ เราเลือกยกระดับแทน เพราะเชื่อว่านี่คือโอกาสที่จะแสดงให้เห็นว่าเราอยู่ข้างลูกค้าจริงๆ" คุณสมหวัง โตรักตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด กล่าว
ความกล้าในการตัดสินใจครั้งนั้นไม่ได้หยุดอยู่แค่ปี 2025 เพราะเข้าสู่ปี 2026 บัตรเครดิต กรุงศรีเดินหน้าต่อด้วยการอัปเกรดสิทธิประโยชน์บัตรเครดิตกรุงศรี วีซ่า แพลทินัม อีกครั้ง จากเดิมที่ได้รับกรุงศรี พอยต์ 2 เท่า เพิ่มขึ้นเป็นสูงสุด 4 เท่า โดยเป็นสิทธิประโยชน์แบบ On-top บนยอดใช้จ่ายเดิม เน้นเพิ่มความคุ้มค่าในหมวดการใช้จ่ายที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เพื่อตอกย้ำจุดยืนในฐานะบัตรเครดิตที่ตอบโจทย์ทุกโมเมนต์ของชีวิต
ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บัตรเครดิต กรุงศรียังดึงจุดแข็งของบริษัทแม่อย่าง MUFG และเครือข่ายพาร์ทเนอร์ทั้งในไทยและญี่ปุ่น มาสร้าง Japan Ecosystem ที่ครอบคลุมตั้งแต่ร้านอาหาร การท่องเที่ยว ไปจนถึงสิทธิประโยชน์ก่อน ระหว่าง และหลังเดินทาง ภายใต้ธีม 'เรื่องญี่ปุ่นต้องกรุงศรี' ซึ่งเป็นการเชื่อมโยง Customer Journey แบบครบวงจรที่หาได้ยากจากบัตรเครดิตทั่วไป ทำให้ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต กรุงศรีที่ญี่ปุ่นยังครองอันดับหนึ่ง และโตขึ้น 6.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ด้านพฤติกรรมผู้บริโภค บัตรเครดิต กรุงศรีมองเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในช่วงปีที่ผ่านมา จากเดิมที่การใช้จ่ายมักเกิดที่ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือไฮเปอร์มาร์เก็ตในยอดค่อนข้างสูงและความถี่สัปดาห์ละครั้ง แต่วันนี้การใช้จ่ายกระจายตัวสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ ยอดต่อครั้งเล็กลงแต่บ่อยขึ้น แต่หมวดหลักที่ลูกค้ายังคงจับจ่ายเป็นประจำทุกวัน โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจฝืดเคือง ค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้น เช่น หมวดซูเปอร์มาร์เก็ต น้ำมัน และห้างสรรพสินค้า ยังคงเป็นหมวดหลักที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญเป็นหลัก
การตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนอยู่ในกลยุทธ์ที่มองได้ชัดขึ้นทุกวัน ทั้งการยกระดับสิทธิประโยชน์ในหมวดชีวิตประจำวัน การหาพันธมิตรในแพลตฟอร์มออนไลน์ และร้านค้าใหม่ๆที่สอดรับกับเทรนด์ผู้บริโภค รวมถึงการนำ Data และ AI เข้ามาใช้งานอย่างเป็นระบบ ด้วยการดึงข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าจากหลายแหล่ง ทั้ง Primary และ Secondary Data ภายใต้กรอบที่โปร่งใสและสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ PDPA มาต่อยอดผ่านเทคโนโลยี และการทำ Smart Big Data Indexing หรือการใช้ AI วิเคราะห์ และประมวลข้อมูลการใช้บัตร พัฒนาเป็นอินไซต์ สู่แคมเปญการตลาดที่ตรงใจลูกค้าในระดับรายบุคคล รวมถึงสามารถทำนายความต้องการของลูกค้าได้จากพฤติกรรมการใช้จ่ายในแต่ละ Life Stage
"ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของทุกธุรกิจตอนนี้คือความผันผวนของสถานการณ์โลก ซึ่งนำมาสู่การแข่งขันที่รุนแรงและพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเศรษฐกิจที่ค่าครองชีพค่อนข้างปรับตัวสูงขึ้น บริษัทจึงต้องเริ่มจากการเปลี่ยนบทบาทของตัวเองจาก “ผู้ให้สิทธิประโยชน์” สู่ “ผู้ช่วยด้านการใช้จ่าย” ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น บทบาทของบัตรเครดิตจึงเปลี่ยนจาก “ผู้ให้ส่วนลด” ไปสู่ “ผู้ช่วยให้ลูกค้าใช้จ่ายได้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพมากขึ้น” เพราะลูกค้าสมัยนี้ฉลาดซื้อฉลาดใช้ เขาไม่ได้มองหาส่วนลดอย่างเดียว แต่ต้องการประสบการณ์ที่ต่อเนื่องตั้งต้นจนจบ" คุณสมหวัง โตรักตระกูล กล่าวเพิ่มเติม
ประโยคนี้อธิบายทิศทางของบัตรเครดิต กรุงศรีได้ดีกว่าตัวเลขใดๆ ชี้ให้เห็นว่าบริษัทไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นแค่ผู้ออกบัตรอีกต่อไปแล้ว หากแต่เป็นหุ้นส่วนในชีวิตประจำวันของลูกค้า

แนวคิดนี้ยิ่งชัดขึ้นเมื่อมองไปที่วิธีที่บัตรเครดิต กรุงศรีสร้าง Ecosystem ร่วมกับพาร์ทเนอร์ ซึ่งบัตรเครดิต กรุงศรีมองว่าในยุคนี้ไม่มีใครทำธุรกิจอยู่คนเดียวได้อีกแล้ว หัวใจของ Ecosystem คือการนำ Asset ที่เป็นจุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาร่วมกันสร้างคุณค่าใหม่ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ใหญ่กว่าและตอบโจทย์ลูกค้าได้แบบครบวงจร จากร้านค้าไปจนถึงประสบการณ์หลังการซื้อ กลายเป็น Customer Journey ที่ไม่มีช่องว่าง
สำหรับปี 2026 บัตรเครดิต กรุงศรีตั้งเป้าหมายที่ท้าทายแต่มีน้ำหนัก ยอดบัตรใหม่ 215,000 บัญชี เติบโต 5% และยอดใช้จ่ายผ่านบัตร 240,000 ล้านบาท เติบโต 6% ภายในสิ้นปี 2569 ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้ตั้งขึ้นมาลอยๆ แต่มีรากฐานจากกลยุทธ์ที่ชัดเจนในทุกมิติ ทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้าง Ecosystem กับพาร์ทเนอร์ การนำเทคโนโลยีมาเพิ่ม Productivity ภายในองค์กร และการทำ Co-Marketing ที่เชื่อมต่อ Customer Journey ได้อย่างครบวงจร
ความสำเร็จจากเวที 2026 Thailand's Most Admired Brand ในฐานะอันดับ 1 หมวดธนาคารและบริการทางการเงิน กลุ่มบัตรเครดิต จึงไม่ใช่จุดหมาย แต่เป็นสัญญาณยืนยันว่าบัตรเครดิต กรุงศรีกำลังเดินถูกทางในแบบที่ผู้บริโภคทั่วประเทศรับรู้และให้การยอมรับ
หากต้องอธิบายบัตรเครดิต กรุงศรีในหนึ่งประโยค คุณสมหวัง โตรักตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท
บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด สรุปไว้ได้กระชับและทรงพลังว่า "Krungsri Credit Card, a simple way to unlock a new way of everyday living." เป็นประโยคที่ง่าย ชัด และอยู่ในชีวิตประจำวันของคุณอย่างแท้จริง