การเป็นประเภทเครื่องดื่มเพื่อความสดชื่นที่มีมูลค่าสูงสุดนั้นมาจากปัจจัยในเรื่องของการเป็นเครื่องดื่มที่เข้ามาทำตลาดในบ้านเราเป็นระยะเวลานานมากกว่าครึ่งศตวรรษจึงสร้างฐานตลาดได้ค่อนข้างแน่น ประกอบกับการมีผู้เล่นในตลาดที่เป็นบริษัทข้ามชาติระดับโลกจึงมีศักยภาพที่แข็งแกร่งกว่าทั้งในเรื่องของเงินลงทุนด้านการตลาด และการจัดจำหน่ายซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำตลาดเครื่องดื่ม
อย่างไรก็ตาม ตลาดน้ำอัดลมของบ้านเรากำลังเผชิญกับความท้าทายจากไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปใส่ใจดูแลสุขภาพมากขึ้นของคนไทย ทำให้มีบางกลุ่มที่เลิกดื่ม หรือดื่มน้ำอัดลมน้อยลง จนกลายเป็นโจทย์ทางการตลาดสำคัญที่ผู้เล่นรายใหญ่ทั้ง 2 ราย ต้องพยายามที่จะเปิดเกมช่วงชิงพื้นที่กระเพาะของผู้บริโภค หรือตรึงให้ผู้บริโภคยังคงมีการดื่มน้ำอัดลม หรืออย่างน้อยๆ หันมาดื่มน้ำอัดลมบ้างในบางโอกาส ไม่ใช่เลิกดื่มไปเลย
ทีนี้ลองมาดูว่าทั้งโค้ก และเป๊ปซี่ มีกลยุทธ์อะไรบ้างในการรักษาพื้นที่กระเพาะของผู้บริโภคเพื่อให้ยังคงมีการดื่มน้ำอัดลมอย่างต่อเนื่อง
1.การตลาดที่เข้มข้นครบทุกรูปแบบเพื่อสร้างสีสัน และกระตุ้นการดื่มของผู้บริโภค ทำให้เราได้เห็นแคมเปญการตลาดใหญ่ๆ ถูกส่งเข้ามาสร้างสีสันอย่างต่อเนื่องในแต่ละช่วงเวลาตั้งแต่ซัมเมอร์ กลางปี ไปจนถึงช่วงปลายปี ทั้งนี้ก็เพื่อช่วยเพิ่มหรือสร้างโอกาสในการดื่มจากการกระตุ้นผ่านแคมเปญที่ทำ
2.ทำผ่านการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ ของตัวสินค้า เพื่อสร้างความน่าสนใจ และดึงกลุ่มคนที่ดื่มหรือเคยดื่มให้กลับมาดื่ม ตัวอย่างในเรื่องนี้ก็คือ การเปิดตัวโค้กสูตรไม่มีน้ำตาล กลิ่นออเรนจ์ เข้ามาสร้างความแปลกใหม่ในตลาดน้ำอัดลมไม่มีน้ำตาล โดยผสมผสานโคล่ากับกลิ่นออเรนจ์เข้าด้วยกันเพื่อสร้างความแปลกใหม่สำหรับคนที่ยังอยากจะดื่มน้ำอัดลม แต่ไม่ต้องการน้ำตาลในน้ำอัดลม
3.ให้น้ำหนักกับการทำตลาดน้ำอัดลมไม่มีน้ำตาลมากขึ้นตามกระแสการใส่ใจสุขภาพ ทั้งโค้กและเป๊ปซี่ต่างหันมาโหมการทำตลาดสินค้าในกลุ่มนี้ เพื่อตรึงให้คนที่ไม่อยากดื่มน้ำอัดลมเพราะมีน้ำตาลหันกลับมาดื่ม โดยทั้งโค้ก และ เป๊ปซี่ ต่างมีการเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เข้ามาในตลาด พร้อมกับสร้างให้เป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือกเพื่อสุขภาพ